{"playlist":[{"title":"\u0e2b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e1e\u0e34\u0e40\u0e28\u0e29","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-001-\u0e2b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e1e\u0e34\u0e40\u0e28\u0e29.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1581399726386-63d45c1b2d20-1024x706.jpeg","duration":"21:49","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e40\u0e1e\u0e23\u0e32\u0e30\u0e23\u0e31\u0e01\u0e08\u0e36\u0e07\u0e21\u0e32\u0e2b\u0e32","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-009-\u0e40\u0e1e\u0e23\u0e32\u0e30\u0e23\u0e31\u0e01\u0e08\u0e36\u0e07\u0e21\u0e32\u0e2b\u0e32.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1518558997970-4ddc236affcd-938x1024.jpeg","duration":"12:03","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e2b\u0e32\u0e22 , \u0e04\u0e33\u0e2a\u0e32\u0e23\u0e20\u0e32\u0e1e\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e04\u0e19\u0e02\u0e35\u0e49\u0e02\u0e42\u0e21\u0e22","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-008-\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e04\u0e33\u0e2a\u0e32\u0e23\u0e20\u0e32\u0e1e\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e04\u0e19\u0e02\u0e35\u0e49\u0e02\u0e42\u0e21\u0e22.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1537713873666-f00791130d05-1024x683.jpeg","duration":"22:02","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e1e\u0e35\u0e48\u0e0a\u0e32\u0e22\u0e41\u0e2a\u0e19\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e44\u0e21\u0e48\u0e23\u0e39\u0e49\u0e08\u0e31\u0e01","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-007-\u0e1e\u0e35\u0e48\u0e0a\u0e32\u0e22\u0e41\u0e2a\u0e19\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e44\u0e21\u0e48\u0e23\u0e39\u0e49\u0e08\u0e31\u0e01.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1547667498-5b9ede99b99a-1024x768.jpeg","duration":"9:15","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e40\u0e2b\u0e47\u0e14\u0e04\u0e31\u0e19\u0e17\u0e32\u0e40\u0e23\u0e25","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-006-\u0e40\u0e2b\u0e47\u0e14\u0e04\u0e31\u0e19\u0e17\u0e32\u0e40\u0e23\u0e25.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1501169823221-212bdeaf8556-1024x683.jpeg","duration":"12:41","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e02\u0e19\u0e21\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e22\u0e48\u0e32","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-005-\u0e02\u0e19\u0e21\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e22\u0e48\u0e32.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1510379558726-265c7a7b8c19-1024x819.jpeg","duration":"16:56","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e06\u0e48\u0e32\u0e2b\u0e31\u0e48\u0e19\u0e28\u0e1e","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-004-\u0e06\u0e48\u0e32\u0e2b\u0e31\u0e48\u0e19\u0e28\u0e1e.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1571065497914-38c5d3cde715-1024x683.jpeg","duration":"49:22","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e08\u0e32\u0e01\u0e40\u0e14\u0e47\u0e01\u0e40\u0e23\u0e35\u0e22\u0e19 \u0e2a\u0e39\u0e48\u0e2a\u0e31\u0e07\u0e40\u0e27\u0e35\u0e22\u0e19\u0e40\u0e2b\u0e25\u0e47\u0e01","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-003-\u0e08\u0e32\u0e01\u0e40\u0e14\u0e47\u0e01\u0e40\u0e23\u0e35\u0e22\u0e19-\u0e2a\u0e39\u0e48\u0e2a\u0e31\u0e07\u0e40\u0e27\u0e35\u0e22\u0e19\u0e40\u0e2b\u0e25\u0e47\u0e01.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1552072092-7f9b8d63efcb-1024x683.jpeg","duration":"59:49","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e04\u0e19\u0e17\u0e35\u0e48\u0e1a\u0e49\u0e32\u0e19\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e44\u0e1b\u0e44\u0e2b\u0e19\u0e2b\u0e19\u0e36\u0e48\u0e07\u0e04\u0e19","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-002-\u0e04\u0e19\u0e17\u0e35\u0e48\u0e1a\u0e49\u0e32\u0e19\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e44\u0e1b\u0e44\u0e2b\u0e19\u0e2b\u0e19\u0e36\u0e48\u0e07\u0e04\u0e19.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1510133768164-a8f7e4d4e3dc-1024x683.jpeg","duration":"13:06","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e23\u0e2d\u0e22\u0e25\u0e30\u0e21\u0e38\u0e19","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-010-\u0e23\u0e2d\u0e22\u0e25\u0e30\u0e21\u0e38\u0e19.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/claudio-schwarz-purzlbaum-k39RGHmLoV8-unsplash-1024x683.jpg","duration":"21.49","playlistid":"playlistid-1"}]}
menu แสดงเมนู
Logo J O O D • T A K I E N G

ร่องรอยแตกร้าวบนกำแพง...
แสงตะเกียงดวงน้อยจึงส่องมา



หน้าก่อนนี้ หน้าถัดไป

About Us

โครงการจุดตะเกียง เกิดขึ้นเมื่อ 1 มีนาคม 2563 เพราะสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
จากโพสต์เฟซบุ๊คของคุณหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจที่โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดยะลา เล่าว่า โรคระบาดกำลังมา หน้ากากอนามัยและวัสดุการแพทย์กำลังขาดแคลน

เท่าที่กำลังของคนเล็ก ๆ อย่างพวกเราจะพอช่วยกันได้ ด้วยเงินส่วนตัว 700 บาทที่ใช้ซื้อชุด PPE ส่งให้คุณหมอสุภัทรนั้น เพื่อสื่อสารให้คุณหมอทราบว่าพวกเราจะเป็นกำลังใจให้แก่คุณหมอ เพื่อให้คุณหมอรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดนี้ให้ได้ ตลอดรอดฝั่ง

ระยะเวลาร่วมสองเดือน จากเงินตั้งต้น 700 บาท ขยายสู่การเปิดรับบริจาคผ่านเฟซบุ๊ค แฟนเพจ ‘ปราย พันแสง ยอดเงินบริจาคกว่าสองล้านหกแสนบาทถูกแบ่งปันไปช่วยผู้คนได้อีกมากมาย นอกเหนือไปจากการจัดหาหน้ากากอนามัย ชุดเกราะ PPE เครื่องช่วยหายใจ ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ

โครงการจุดตะเกียงมอบเงิน 5,000 บาท วันละคน สำหรับชาวบ้านที่ถูกรัฐบาลปฏิเสธการจ่ายเงินเยียวยา

หรือหากวันไหนมีเงินบริจาคเข้ามามาก เราก็สามารถมอบเงิน 5,000 บาทได้มากกว่าวันละคน
นอกจากนั้น เรายังมอบเงิน 300 บาท 1,000 บาท 2,000-3,000 บาท ตามความจำเป็น และเท่าที่เงินบริจาคเรามีพอ

“อย่ากินเกลี้ยงหม้อเกลี้ยงชาม”

เป็นคำพูดที่แม่ป้าน้าอาจะพูดกรอกหูบ่อยๆ ตอนยังเป็นเด็ก เวลาเรากินอร่อยแล้วพยายามจะฟาดเรียบ
ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่ได้สนใจใคร่รู้ถึงเหตุผลที่มา กระทั่งวิกฤตโควิด-19 ทำให้เข้าใจที่มาที่ไปของข้อความนี้โดยไม่ต้องมีใครสาธยาย มันคือการทิ้งเชื้อ เหลือเผื่อแผ่ให้คนมาทีหลัง คนที่อาจจะโมโหหิวข้าวจนตาลาย จะได้ไม่ต้องเปิดหม้อข้าวว่างเปล่าให้ต้องโมโหหนักขึ้นอีก

มีเพื่อนคนหนึ่งเล่าว่าแม่เธอ “ถือ” มาก เรื่องข้าวกับน้ำ หม้อข้าวในบ้านเธอต้องมีข้าวตลอดเวลา หิวเมื่อไหร่ตักกินได้ทุกเวลา ส่วน “น้ำ” สมัยก่อนลำบาก ก่อนนอนจะต้องรองน้ำให้เต็มตุ่มเต็มไหไว้เสมอ เพราะวันต่อไปอาจไม่มีน้ำใช้ ทุกคนในบ้านเธอติดนิสัยนี้มาทุกคน แม้จะแยกเรือนแล้วก็ตาม
พวกเราชอบแนวคิดเรื่องนี้ เพราะรู้สึกว่ามันมีความหมายลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ในทุกด้าน

คืนหนึ่ง เราใช้เงินบริจาคของโครงการจุดตะเกียงโอนให้กับผู้เดือดร้อนจนเกลี้ยงบัญชี เราบอกผู้รับการช่วยเหลือรายหนึ่งที่ทักมาตอนนั้นพอดีว่าเงินหมดแล้ว เหลือเพียงสี่ร้อยกว่าบาท คงต้องมาดูกันพรุ่งนี้อีกที ว่าจะมีให้ใครได้เท่าไหร่ ว่ากันวันต่อวัน แต่วันนี้ปิดจ๊อบแล้ว

เธอส่งข้อความสวนมาทันทีว่า เธอขอรับสี่ร้อยบาทนั้นเลยได้มั้ย : เราอึ้ง

ทีแรกจะโอนให้หมดเลย ทุกบาททุกสตางค์ ให้บัญชีเป็น 0 ไปเลย แต่นึกอะไรขึ้นมาไม่รู้ เราคลิกตามเข้าไปดูเฟซบุ๊คเธอ เห็นคอมเมนต์เพื่อนๆ ของเธอ เห็นแต่ละโพสต์ที่แชร์มา เลยเปลี่ยนใจ ปิดมือถือออกไปนั่งเล่นกับแมว ไม่กลับมาคุยด้วยอีก

เหตุการณ์นี้ทำให้เราไม่สามารถหยุดคิดเรื่องเงินสี่ร้อยกว่าบาทนี้ได้เลย ขอบคุณตัวเองที่ยับยั้งไว้ทัน เพราะความจริงแล้วเรามีความหลงใหลพิเศษ กับ “เศษ” เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มาก ฉันคิดว่ามันเป็นแรงบันดาลใจที่ดี

กินหมดเกลี้ยงหม้อเกลี้ยงชาม มันก็เป็นได้แค่”ขี้” นะคะ แต่ถ้ายั้งใจ เหลือมันเป็นเชื้อไว้ต่อเติมบางสิ่งในอุดมคติของเราบ้าง บางทีติ่งเล็กๆ นี้มันอาจพาเราไปไกลอย่างนึกไม่ถึงเชียวล่ะ

เหมือนโครงการเรามอบเงิน 5,000 บาท วันละคน สำหรับชาวบ้านที่ถูกรัฐบาลปฏิเสธการจ่าย ทั้งๆ ที่กำลังเดือดร้อนมาก ในทุกๆ วันจะมีคนอยากได้เงินนี้ แล้วมาบอกกับฉันเสมอว่า ไม่ต้องแจกถึง 5,000 บาทหรอก แจกแค่ 500 บาทก็ได้ จะได้กระจายไปสู่คนหลายๆ คน

เราบอกพวกเขาว่า เรากระจายอยู่แล้วนะ นอกจาก 5,000 บาท วันละคน ที่เป็นเป้าหมายหลักของเรา ตอนนี้เรายังมีแจก 300 บาท , 1,000 บาท 2,000-3,000 บาท เสริมมาด้วยเยอะแยะ ตามความจำเป็น อีกทั้ง 5,000 บาทนี้ บางวันยังมอบให้ตั้งหลายคนเลย ถ้าวันนั้นเรามีเงินบริจาคเข้ามามาก อยากให้ลองดูสลิปที่เราลงไว้ในเพจนี้

จำนวนเงิน 5,000 บาท มันคือเป้าหมาย คืออุดมคติ คือวิธีประท้วงรัฐบาลในแบบของเราค่ะ

เราจะบอกสังคมว่า เงินแค่ห้าพันที่รัฐบาลตีปี๊บรับปากประชาชนไว้ทำไมปัญหาเพียบ ทำไมถึงมีคนต้องฆ่าตัวตายเพราะเงินแค่นี้ แจก 5,000 ตามที่รับปากยากตรงไหนประชาชนตัวเล็กๆ โครงการเล็กๆ ของเรายังทำได้เลย คุณเป็นรัฐบาลแท้ๆ สามารถบริหารจัดการอะไรใหญ่โตได้เยอะแยะ ทำไมมันยุ่งยากนัก

เงื่อนไขมากมายของรัฐบาลทำลายขวัญกำลังใจผู้คนย่อยยับพังทลายลงทุกวัน นั่นคือเหตุผลที่โครงการจุดตะเกียงของเรายังพยายามจะรักษาการมอบเงินฉุกเฉิน 5,000 วันละคนเอาไว้อยู่ เป้าหมายเราคือ 365 วัน หรือเมื่อเงินหมด หรือจนกว่าเราจะกลับไปอยู่ในภาวะปกติ

หลายคนดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไร บางคนหงุดหงิดใส่ พูดจาไม่ดี

เอ๊ะ เราไปติดหนี้คุณหรือไง

บางทีความหิวมันก็ทำให้เราตาพร่า อยากจะกินเสียเกลี้ยงหม้อเกลี้ยงชาม นั่นเป็นไปได้ ไม่ว่ากัน

ต้องขออภัยที่ช่วยเหลือไม่ถูกใจ ถ้าไม่พอใจวิธีการแจกของโครงการเรา ไปเรียกร้องจากรัฐบาลน่าจะตรงจุดกว่านะ นี่แอบๆ คิด

รู้จักความอด ความหิว ใกล้ชิดมันบ้างก็ดีนะ เราชอบให้ตัวเองหิวบ้าง กระหายบ้าง มันทำให้เลือดลมสมองแล่นดี นักเขียนที่ได้ชื่อว่าไส้แห้งนั้น ล้วนแล้วแต่สร้างสรรค์ผลงานชั้นดี …เผื่อจะไปถึงตรงนั้นกับเขาบ้าง

“5 พันวันละคน” ของเรามีเคสทุกวัน เป็นภาระที่เราต้องคิด ว่าจะหาเงินมาแจกได้ยังไง ตอนนี้เรามีลิสต์รายชื่อเพื่อนๆ พี่ๆ ไว้จำนวนหนึ่ง เผื่อวันไหนหาไม่ทันกะโทรจิกกันตัวๆ มาบริจาคทันที คนใกล้ตัวอาจต้องมีระวังตัวกันไว้ แต่เราคิดว่าโครงการจุดตะเกียงของเรายังไม่เคยต้องทำขนาดนั้น เอ๊ะ หรือทำไปแล้ว ^__^

เงินเหลือสี่ร้อยกว่าบาทวันนั้น ที่เราแอบยื้อไว้ไม่ยอมให้มันกลายเป็นขี้ คิดๆ ว่าจะทำอะไรดีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ก่อนนอน เราเลยเอาไปซื้อโฆษณาเฟซบุ๊ค 500 บาท เพื่อให้มันทำให้คนมองเห็นโพสต์รับบริจาคของเราได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8.3 K – 24 K ภายใน 24 ชั่วโมง

จ่ายไปแล้ว จากนั้นก็นอนหลับฝันดี

เงินโครงการติดลบอยู่ในฝันจำนวน 500-464.12 = 35.88 บาท มันก็โอเคนะ เปิดโครงการจุดตะเกียงมาสองเดือน เราทำอะไีรได้ตั้งเยอะแยะมากมาย ช่วยเหลือโรงพยาบาล ซื้อเครื่องช่วยหายใจ โอนให้แม่ซื้อข้าวซื้อนมให้ลูกเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ถ้าตอนนี้มีหนี้อยู่สามสิบกว่าบาทแค่นี้ ยังโอเคนะ
ดิ่งมาทันทีสำหรับคอมเมนต์ท่านผู้ชม “ถ้าบริสุทธ์ใจ ทำไมต้องซื้อโฆษณาเฟซบุ๊คสำหรับโครงการบริจาค”

เราก็ตอบไปตามตรงว่า อยากให้คนเห็น อยากให้คนรู้จัก อยากให้คนบริจาคมาเยอะๆ เราจะได้มีเงินมาช่วยคนได้เยอะๆ ไง

ทุกโปรเจคท์ที่ทำ ไม่ว่าส่วนตัวหรือสาธารณะ เราจะวางเป้าหมายก่อนว่าต้องการเงินเท่าไหร่ ถ้าต้องการ 100 บาท เราจะใช้เงิน 1-5 บาท เพื่อใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ของมันต้องมีนะ

แม่ค้าตลาดสดยังต้องแหกปากตะโกนเรียกลูกค้าเลย โครงการบริจาค ทำการกุศล ทุกอย่างต้องการเงิน ต้องใช้เงินเหมือนธุรกิจหรือกิจกรรมอื่นๆ ใครเป็นคนออกกฎว่ากิจกรรมการกุศลซื้อโฆษณาไม่ได้

ทีมงานเราเคยทำงานหนังสือพิมพ์ เวลาวัดสร้างโบสถ์สร้างวิหาร ขายพระเครื่องสมัยก่อน บางทีเห็นพระสะพายเงินล้านใส่ย่ามมาซื้อ ad บนออฟฟิศเลย บริสุทธิ์พอไหมล่ะนั่น

คุณจับเสือมือเปล่า เอาแต่ได้อย่างเดียว คุณอาจทำได้กับผ้าป่ากฐินงานบุญ แต่โลกออนไลน์จะต่างไป ครูสอนโฆษณาเคยบอกฉันว่า ถ้าคุณแอบรักสาว แล้วเอาแต่ส่งสายตาวิ้งๆ ให้เธอในมุมมืด วิ้งจนตาหลุด ตาถลนเธอก็ไม่เห็น นั่นแหละความจำเป็นของการโฆษณา

งานของโครงการจุดตะเกียงเราก็เช่นกัน เราบริหารโครงการมาแบบนั้นจนจะครบ 2 เดือนแล้ว วิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเรามันโคตรจะโอเค เพราะเราใช้ผลงานพูดแทนเรา มันมีอะไรไม่บริสุทธิ์ไม่ขาวสะอาดตรงไหน โฆษณาเฟซบุ๊คมันเลวร้ายเพียงนั้น?

การซื้อโฆษณามิใช่การเสียความบริสุทธิ์ของอะไรเลย มันไม่ใช่การล่อซื้อเยื่อบุพรหมจารีเด็กตกเขียวนะคะ นั่นน่ะผิดแน่ ฉันคิดว่าการโฆษณาจะยิ่งทำให้สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่ถูกต้อง ความดี ความงาม ความจริงแจ่มชัดยิ่งขึ้นด้วย

โครงการจุดตะเกียงของเราซื้อโฆษณาได้นะ ไม่ผิดอะไรตรงไหนเลย ถ้ามันจะทำให้โปรเจคท์เราฉลุย การทำสิ่งนี้มันเป็นแค่เครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ ไม่ได้ทำลายอะไรของเราเลย มันเป็นแค่เรื่องการตลาดพื้นฐานออนไลน์ มีสอนฟรีในยูทูบเพียบเลยเผื่อใครสนใจ ^_^

เพราะไม่ปล่อยให้เงินสี่ร้อยกลายเป็นขี้ ในคืนนั้นโครงการของเราจึงมีเงินบริจาคเข้ามาเพิ่มอีกสองหมื่นกว่าบาท สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิดได้เพิ่มมากถึง 20 ครอบครัว

เราหาข้อมูล เราโอนเงินช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากเดือดร้อน ตั้งเช้ามืดยันดึกดื่น จนปิดจ๊อบสวยงามดี เราใช้เงินแจกเกลี้ยงบัญชีวนๆ ไป

คนบริจาคแฮปปี้ คนรับความช่วยเหลือแฮปปี้ ทุกตัวเลขออกจะดี มันน่าจะโอเคอยู่นะ ..รึไง ^__^

❤️
ด่าแช่งใครไปก็เท่านั้น
จุดตะเกียงดีกว่าก่นด่าความมืดค่ะ

บัญชีโครงการจุดตะเกียง
ธนาคารกรุงเทพ
หมายเลข บัญชี595-4-073713
ชื่อบัญชีปาณี โมรัษเฐียร
บัญชีโครงการจุดตะเกียง
ธนาคารกรุงไทย
หมายเลข บัญชี304-0-581309
ชื่อบัญชีโครงการจุดตะเกียง โดยนายองอาจ สุวรรณโชติ
และ นางสาวปาณี โมรัษเฐียร

โครงการจุดตะเกียง ก่อตั้งเมื่อ 1 มีนาคม 2563
อัพเดท : 3 เมษายน 2563 เวลา 16.00 น.รวมยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 2,618,704.76 บาท


หน้าก่อนนี้ หน้าถัดไป

keyboard_arrow_up
[apwp_player]