[apwp_player]
menu แสดงเมนู
'ล้มลุก'
ฉันนั่งมองหมายศาลในมือที่ได้รับมาหลายวันแล้ว ด้วยดวงตาครุ่นคิด
[molongui_author_name]
ป้ามหาภัย เรื่องก่อนหน้า อีป้อ เรื่องถัดไป

ฉันนั่งมองหมายศาลในมือที่ได้รับมาหลายวันแล้วด้วยดวงตาครุ่นคิด

ในหมายระบุวันที่ให้ไปพบเจ้าหนี้ที่กรมบังคับคดี ซึ่งมันคืออีกไม่กี่วันอันใกล้นี้เอง  นั่งใคร่ครวญถึงเหตุและผลว่าควรจะต้องทำยังไง เพราะในหมายระบุว่าถ้าไม่ไปตามนัดหมาย ถือว่ามีความผิดและมีโทษจำคุก 

ฉันนึกย้อนไปถึงคดีเช็คของสามีที่มีเหตุให้ต้องไปนอนในคุกอยู่ 1 คืน ด้วยข้อหาขัดคำสั่งศาลไม่ไปรับการไต่สวน แล้วถ้าฉันไม่ไปจะต้องเข้าไปนอนในคุกแบบนั้นไหม  สำหรับคนธรรมดาแบบฉัน ประสบการณ์ครั้งนั้นมันน่ากลัวมาก 

     ฉันโทรศัพท์ไปถามรายละเอียดตามหมายเลขโทรศัพท์ที่แนบมาในหมายศาล ถามถึงข้อความในหมายเพื่อทำความเข้าใจ และถามถึงเจ้าหน้าที่คนเดิมที่เคยไปพบเพื่อสอบสวน และฉันเคยแจ้งไปแล้วว่าขอเจอกันรอบเดียวนะ  เมื่อได้รับคำตอบว่าเจ้าหน้าที่คนเดิมย้ายไปแล้ว ฉันจึงถามว่าจำเป็นต้องไปตามหมายศาลหรือเปล่า เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าที่ให้ไปตามหมายศาลเพื่อไปประนอมหนี้ ถ้าไม่ไปแสดงว่าเราไม่ค้าน ไม่ต่อสู้  เมื่อไม่ค้าน ไม่ต่อสู้ เราจะกลายเป็น คนล้มละลาย 

และแล้วจากนี้ไปอีก 3 ปีฉันจึงกลายเป็นคนล้มละลาย

บ้านหลังแรกในชีวิตที่ฉันและสามีอยากได้ แม้ความพร้อมด้านการเงินจะแทบไม่มีเลย แต่ฉันและสามีก็หาญกล้า ลงทุนปั่นรายการเดินบัญชีให้สวยงาม เพื่อไปแสดงต่อธนาคารที่ยื่นกู้ซื้อบ้าน บางเดือนเงินขาดมือฉันต้องยืมเงินเพื่อนมาใส่บัญชีไว้ก่อน จากนั้นค่อยโอนคืนเพื่อนไป

ตอนตัดสินใจซื้อบ้าน สถานะทางการเงินเราถือว่าดีในระดับหนึ่ง มีงานวารสารในมืออยู่ 4 งาน ซึ่งทั้ง 4 งานนั้นเปรียบเหมือนเงินเดือนประจำ รู้กำหนดแน่นอนว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ เราจึงตกลงใจว่าการมีบ้านเป็นของตนเองย่อมดีกว่าเช่าทาวน์เฮ้าส์อยู่เป็นไหน ๆ  

เราใช้เวลาตระเวนดูบ้านกันเป็นปี ๆ  จนพบบ้านหลังที่ตกลงซื้อและกู้ผ่านคือบ้านทาวน์เฮ้าส์สามชั้นเล่นระดับ ซอยตรงข้ามโลตัสเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ทำเลดี แต่มีปัญหาว่าเป็นโครงการขนาดเล็กไม่ได้มาตรฐาน การก่อสร้างบันไดทำชันและแคบ ขนาดความกว้างของขั้นบันไดแต่ละขั้นทำไม่เท่ากัน แจ้งให้โครงการปรับแก้ไขให้ก็ไม่แก้ เราจึงไม่ยอมโอน  จนเป็นเหตุให้ต้องไปยื่นเรื่องฟ้องสคบ. เพื่อเรียกร้องเงินมัดจำคืน  ทำให้ได้มาอีกหนึ่งประสบการณ์ชีวิตในการจะครอบครองบ้านสักหลังว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย

บ้านใหม่ที่เราเลือก อยู่คลองสี่  เมื่อรับโอนบ้านมา ฉันแสนจะปลื้มปริ่มมาก ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำอย่างที่ใฝ่ฝัน แม้ตลอดสิบกว่าปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ ได้นอนแช่อ่างไม่ถึงสิบครั้ง เพราะภารกิจการงานที่ล้นหัวกลับเข้าบ้านมืดค่ำดึกดื่น ไม่เคยได้นอนแช่อ่างอย่างที่คิด แถมการขัดอ่างอาบน้ำทุกอาทิตย์เป็นภาระที่แสนจะทรมาน

วิกฤติของชีวิตมาเยือนเมื่องานสิ่งพิมพ์หดตัวลง งานเว็บไซต์เกิดขึ้นมาแทนที่ เว็บไซต์ตอบสนองได้ฉับไวกว่าวารสารที่กว่าจะคิดจะเขียน กว่าจะออกแบบ กว่าจะพิมพ์เสร็จ ข้อมูลก็เก่าไปแล้ว แต่งานสร้างเว็บไซต์เกินความสามารถของเราสองคน ทำให้ต้องยุติการทำงานสิ่งพิมพ์ลงไปโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรุ่นพี่ของสามีชักชวนให้ไปทำงานเกี่ยวกับการขายบ้านมือสอง ฉันขอร้องให้สามีไปลองทำงาน  ระยะนั้นการเงินเริ่มฝืดเคือง ทำให้มีขาดส่งค่างวดผ่อนบ้าน

ต่อมางานขายบ้านลงตัวและพอมีกำลัง ฉันไปขอประนีประนอมกับธนาคารเพื่อขอผ่อนบ้านต่อ แต่งานขายบ้านเราไม่สามารถกำหนดวันเวลาที่แน่นอนของรายรับได้ จึงต้องสำรองเงินที่ได้มาไว้เพื่อการใช้จ่าย เป็นเหตุให้ ฉันขาดส่งงวดผ่อนบ้านไปเดือนกว่าๆ  ครั้นได้เงินมาจึงตั้งใจจะไปจ่ายทบยอดทั้งหมดที่ค้างชำระไว้   แต่ธนาคารไม่ยอมรับชำระค่างวดจากฉัน   กลับให้ฉันไปเจรจากับฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของสำนักงานใหญ่แทน  ฉันวิ่งเต้นอยู่นานจนอ่อนล้าทั้งกายและใจ จนหมดใจกับบ้านหลังนั้น และคิดง่าย ๆ ตื้น ๆ ว่า ถ้าเขาอยากได้ก็เอาไปเถอะ 

คนเราเมื่อหมดใจกับอะไรสักอย่างแม้ตัวเราจะอยู่ตรงนั้น แต่มันก็อยู่แบบซังกะตายไปวัน ๆ 

เราอาศัยอยู่ในบ้านที่ขาดส่งค่างวดผ่อนชำระนั้นหลังนั้นแบบไม่สนใจอะไร มีบ้านไว้แค่ซุกหัวนอน ทำความสะอาดเท่าที่จำเป็น บางมุมรกจนไม่อยากจะมอง ไม่อยากทำอะไร  เพื่อรอวันเขามาไล่ 

แล้วหมายศาลก็มาถึงเสียที  ฉันไปตามวันนัดหมาย หวังพึ่งบารมีศาลเพื่อขอความกรุณา เผื่อจะสามารถประนีประนอมกันได้  แต่สิ่งที่หวังไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้รับเสมอไป ธนาคารบอกต่อศาลว่าหากฉันอยากได้บ้านหลังนั้น ฉันต้องผ่อนชำระค่างวดเดือนละสี่หมื่นกว่าบาท  และศาลก็เห็นงามตามท้องเรื่อง 

เดี๋ยวนะคะความยุติธรรม!!!!!   ขนาดหมื่นกว่าฉันยังผิดนัดชำระ  แล้วนี่สี่หมื่นกว่าบาทฉันจะต้องมีรายได้เท่าไหร่ที่เมื่อหลังจากหักค่าผ่อนบ้านแล้วยังต้องเหลือไว้กินไว้ใช้ด้วย  

ระหว่างที่ยังหาทางออกไม่ได้ เราสองคนก็ยังอยู่บ้านหลังที่ขาดส่งค่างวดนั้นไปเรื่อยๆ  ดีเหมือนกัน มีบ้านอยู่โดยไม่ต้องผ่อน จนกระทั่งหมาสุดที่รักของฉันตายลงด้วยการหมดอายุขัย  ฉันฝังหมาแสนรักกับความทรงจำที่เลวร้ายทั้งหมดไว้ใต้ต้นเหลืองปรีดียาธรหลังบ้านที่ไม่เคยออกดอกให้ฉันชื่นชมแม้แต่ดอกเดียว 

เราจึงได้มองหาบ้านหลังใหม่  

ฉันยื่นกู้ซื้อทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าซอมซ่อของลูกค้าที่นำมาฝากขาย และผ่อนกับธนาคารทิ้งไว้เฉย ๆ ถึง 3 ปี เมื่อมีกำหนดไล่ฉันออกจากบ้านหลังเดิม ฉันจึงมาปรับปรุงบ้านทาวน์เฮ้าส์ เพื่อที่เราจะได้เข้าอยู่อาศัย  ของที่เลือกมาจากบ้านเดิมมีน้อยมาก ฉันทิ้งทุกอย่างไว้เป็นอดีต ทิ้งความทรงจำเลวร้ายไว้ที่นั่น เอามาแต่ของที่รัก หนังสือที่ชอบ นอกนั้นบริจาคไปหมด 

ฉัน…ลุกขึ้นสู้อีกครั้งกับบ้านใหม่หลังนี้

หากใจเราสู้เสียอย่าง ทุกอย่างจะดีขึ้น

แม้ขนาดของบ้านจะเล็กลง แต่ฉันมีความสุขขึ้น รู้สึกสงบกับบ้านใหม่ นี่คือบ้านฉัน คือที่ของฉัน คือสิ่งที่เป็นของฉัน ความรู้สึกแตกต่างกับตอนอยู่บ้านหลังเดิมมาก

ฉันมีแรงกายแรงใจ ทำโน่นทำนี่เยอะไปหมด ฉันจะไม่รอให้ชีวิตมีวิกฤติอีกแล้ว เมื่อทำงานอะไรแล้วดูทีท่าว่าน่าจะมีปัญหา ฉันจะศึกษาหางานใหม่ ๆ ทำควบคู่กันไปด้วย หลายคนที่เห็นฉันทำงาน ถามฉันว่าไม่เหนื่อยหรืออย่างไร  

ฉันยิ้ม…ให้กับคำถามนั้น แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อย บางวันวุ่นจนไม่ได้กินข้าวตามเวลา แต่ฉันก็จะไม่ยอมล้มแบบเดิมอีกแล้ว ฉันยอมเหนื่อย ยอมวุ่น เพื่อลุกขึ้นสู้ในทุกวัน เอางานเขียนเป็นแรงใจผ่อนคลายปัญหาด้านการงาน

ฉันจะเป็นเหมือนดั่งดวงตะวัน ขึ้นใหม่ได้ทุกวัน สู้ใหม่ได้ทุกวัน วันไหนมีปัญหาก็พักใจไป พรุ่งนี้ก็เช้า…ก็สู้ใหม่ 

พระอาทิตย์ขึ้นมาสาดส่องแสงได้ทุกวัน ฉันก็ลุกขึ้นสู้ได้ทุกวันเช่นกัน

ชีวิตคนก็แบบนี้ มีล้มลุกคลุกคลาน มีบาดแผล ถลอกปอกเปิก หลายครั้งหลายครา แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องมีแรงใจของตัวเอง กล้าหาญพอที่จะต่อสู้ แล้วลุกขึ้นเดินต่อไป

ขอเพียงแค่ไม่ท้อ ไม่หวั่นไหวต่อคำของใคร เมื่อล้มได้ ก็ย่อมลุกขึ้นใหม่ได้ จะล้มจะลุกกี่ครั้งไม่สำคัญ ขอแค่ใจไม่หวั่นไหวเป็นพอ


เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป

ใส่ความเห็น

keyboard_arrow_up