{"playlist":[{"title":"\u0e2b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e1e\u0e34\u0e40\u0e28\u0e29","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-001-\u0e2b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e1e\u0e34\u0e40\u0e28\u0e29.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1581399726386-63d45c1b2d20-1024x706.jpeg","duration":"21:49","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e40\u0e1e\u0e23\u0e32\u0e30\u0e23\u0e31\u0e01\u0e08\u0e36\u0e07\u0e21\u0e32\u0e2b\u0e32","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-009-\u0e40\u0e1e\u0e23\u0e32\u0e30\u0e23\u0e31\u0e01\u0e08\u0e36\u0e07\u0e21\u0e32\u0e2b\u0e32.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1518558997970-4ddc236affcd-938x1024.jpeg","duration":"12:03","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e2b\u0e32\u0e22 , \u0e04\u0e33\u0e2a\u0e32\u0e23\u0e20\u0e32\u0e1e\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e04\u0e19\u0e02\u0e35\u0e49\u0e02\u0e42\u0e21\u0e22","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-008-\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e04\u0e33\u0e2a\u0e32\u0e23\u0e20\u0e32\u0e1e\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e04\u0e19\u0e02\u0e35\u0e49\u0e02\u0e42\u0e21\u0e22.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1537713873666-f00791130d05-1024x683.jpeg","duration":"22:02","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e1e\u0e35\u0e48\u0e0a\u0e32\u0e22\u0e41\u0e2a\u0e19\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e44\u0e21\u0e48\u0e23\u0e39\u0e49\u0e08\u0e31\u0e01","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-007-\u0e1e\u0e35\u0e48\u0e0a\u0e32\u0e22\u0e41\u0e2a\u0e19\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e44\u0e21\u0e48\u0e23\u0e39\u0e49\u0e08\u0e31\u0e01.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1547667498-5b9ede99b99a-1024x768.jpeg","duration":"9:15","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e40\u0e2b\u0e47\u0e14\u0e04\u0e31\u0e19\u0e17\u0e32\u0e40\u0e23\u0e25","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-006-\u0e40\u0e2b\u0e47\u0e14\u0e04\u0e31\u0e19\u0e17\u0e32\u0e40\u0e23\u0e25.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1501169823221-212bdeaf8556-1024x683.jpeg","duration":"12:41","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e02\u0e19\u0e21\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e22\u0e48\u0e32","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-005-\u0e02\u0e19\u0e21\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e22\u0e48\u0e32.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1510379558726-265c7a7b8c19-1024x819.jpeg","duration":"16:56","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e06\u0e48\u0e32\u0e2b\u0e31\u0e48\u0e19\u0e28\u0e1e","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-004-\u0e06\u0e48\u0e32\u0e2b\u0e31\u0e48\u0e19\u0e28\u0e1e.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1571065497914-38c5d3cde715-1024x683.jpeg","duration":"49:22","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e08\u0e32\u0e01\u0e40\u0e14\u0e47\u0e01\u0e40\u0e23\u0e35\u0e22\u0e19 \u0e2a\u0e39\u0e48\u0e2a\u0e31\u0e07\u0e40\u0e27\u0e35\u0e22\u0e19\u0e40\u0e2b\u0e25\u0e47\u0e01","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-003-\u0e08\u0e32\u0e01\u0e40\u0e14\u0e47\u0e01\u0e40\u0e23\u0e35\u0e22\u0e19-\u0e2a\u0e39\u0e48\u0e2a\u0e31\u0e07\u0e40\u0e27\u0e35\u0e22\u0e19\u0e40\u0e2b\u0e25\u0e47\u0e01.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1552072092-7f9b8d63efcb-1024x683.jpeg","duration":"59:49","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e04\u0e19\u0e17\u0e35\u0e48\u0e1a\u0e49\u0e32\u0e19\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e44\u0e1b\u0e44\u0e2b\u0e19\u0e2b\u0e19\u0e36\u0e48\u0e07\u0e04\u0e19","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-002-\u0e04\u0e19\u0e17\u0e35\u0e48\u0e1a\u0e49\u0e32\u0e19\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e44\u0e1b\u0e44\u0e2b\u0e19\u0e2b\u0e19\u0e36\u0e48\u0e07\u0e04\u0e19.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1510133768164-a8f7e4d4e3dc-1024x683.jpeg","duration":"13:06","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e23\u0e2d\u0e22\u0e25\u0e30\u0e21\u0e38\u0e19","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-010-\u0e23\u0e2d\u0e22\u0e25\u0e30\u0e21\u0e38\u0e19.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/claudio-schwarz-purzlbaum-k39RGHmLoV8-unsplash-1024x683.jpg","duration":"21.49","playlistid":"playlistid-1"}]}
menu แสดงเมนู
Happy  Hour กับเพื่อน ของยัยแพม
เธอชอบบรรยากาศของร้านหรูหราแห่งนี้มานานแล้ว กลิ่นอาหารเสียงเพลงและแสงงาม
ผาด พาสิกรณ์
มือพ่อ พลิกชะตาฟ้า เรื่องก่อนหน้า ก  อ  ด  เรื่องถัดไป

แฮปปี้อาวร์เพิ่งจูงเธอเข้ามา

เธอชอบบรรยากาศของร้านหรูหราแห่งนี้มานานแล้ว กลิ่นอาหารเสียงเพลงและแสงงาม หนุ่มสาวแต่งตัวดีนั่งดื่มกินพูดคุยกันเบาๆ ถุงช้อปปิ้งใบเล็กๆ วางอยู่ข้างตัว ภาพชีวิตที่เธอเคยแอบมองและอยากมี

สั่งชีราซมาดื่มแล้วบอกบริกรให้เก็บแก้วที่สองซึ่งแถมฟรีไว้ก่อน เขารับคำ สายตาสะดุดอยู่กับเล็บของเธอ และเมื่อนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เขายิ้มกรุ้มกริ่มวางท่าเหมือนมีอะไรจะมาชวนคุย อะไรเล็กๆ น้อยๆ อะไรที่เรียกรอยยิ้ม อะไรก็ตามที่ผู้ชายหน้าตาพอทนแต่หุ่นน่าฟัดเกินทนอย่างเขาใช้เวลาสองสามนาทีไปขบคิดตระเตรียมมา จะว่าไปมันก็ไม่ผิดบาปหรอก ชัดเจนว่าเธอมาคนเดียว รุ่นคราวหรือก็ไล่เลี่ยกัน

คำคม? ประโยคจี๊ด? ประโยคเด็ด?

มันจะเป็นอะไรก็ตาม เธอไม่มีวันรู้ เขาไม่ใช่ไท้ย์พของเธอ ยิ้มกรุ้มกริ่มนั้นกรอบเกรียมในทันทีที่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้เป็นฉนวน สายตาของเธอเผลอหล่นไปเกาะอยู่บนก้นกลมๆ ของเขาขณะที่เดินหงอยจากไป อาการนอกสำนึก เธอไม่ได้ตั้งใจ มันไม่ได้มีความหมายอะไร ไม่ได้มีความหมายพอๆ กับเล็บที่เพิ่งไปทำมา 

ยี่สิบนิ้ว-เจ็ดดีไซน์ แต่มันก็ดูดีเหลือเกินเมื่อจับแก้วไวน์ คู่สีนี้ล่ะถูกต้องแล้ว เบอร์กันดี้กับกากเพชร กากเพชรสีทอง เอ…หรือเธอควรเรียกมันว่ากากทองดี เธอไม่แน่ใจ จะอย่างไรก็ตาม มันเหมาะกว่าลายดอกไม้ลายการ์ตูนที่ช่างเล็บแนะนำว่ามันสดใสแลดูสมวัยของเธอเป็นไหนๆ เธอคิดว่ามันดูอุจาดตาไปหน่อยแต่ก็เก็บอาการไว้               เธอไม่ใช่คนหยาบ เป็นเพียงขาจรที่เดินตามโปรโมชั่นเข้าไปใช้บริการ ทว่าเบ็ดเสร็จมือ-ตีนหลังโปรฯ แรงแล้วยังต้องควักเงินจ่ายอีกแปดร้อยกว่านี่เธอว่าแพงไปหน่อย เธอคงไม่กลับไปอีก

มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์เล็งไปยังมืออีกข้างซึ่งจับก้านแก้วไวน์ทรงอ้วน บรรจงวางแสงไฟวาวเป็นฉากหลัง ได้ภาพที่แลดู sophisticated สมอารมณ์อินสตาแกรม แต่ในหัวยังไม่มีถ้อยคำดีๆ มากำกับ             เธอเลยสั่งให้เสิร์ชเอนจิ้นหาอะไรที่มันโดดเดี่ยวเดียวดายมาให้เลือก สุดท้ายไปลงเอยอยู่ที่สองโขวต ระหว่าง 

“Sometimes, you just need a break in a beautiful place, alone, to figure everything out.” 

กับ “Those who fly solo have the strongest wings.” 

เธอชอบโขวตชิ้นหลังมากกว่า สั้นและหนักแน่น แต่การบินเดี่ยวกับปีกอันแข็งแกร่งนั้นดูจะเย่อหยิ่งและเคลมแรงไปนิด

ส่วนชิ้นแรกนั้นตรงกับความรู้สึกและบรรยากาศ แต่ทื่อชะมัด อย่างนี้สู้ให้เขียนว่า แก้วไวน์แม่งโคตรอ้วน ยังจะทะมัดทะแมงและดูเป็นผู้หญิงขำๆ ที่น่าคบหากว่า ถ้าเธอเป็นผู้ชายนะ เธอจะชอบผู้หญิงคนนี้ที่มีเวลามาเขียนอำแก้วไวน์

แต่ก็นั่นล่ะ เธอไม่ใช่ผู้ชาย สิ่งที่พวกเขามองหาจึงไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเธอ—พวกลูกสาวของแม่ที่ไม่เจ้าระเบียบนัก แต่ก็ไม่ปล่อยปละละเลยเสียทีเดียว—ซึ่งแม้พยายามแล้ว ก็ยังคงติดอยู่กับค่านิยมเก่าๆ บางเรื่องที่สลัดไม่ออก

…นุ่งสั้น แต่ไม่ปลิ้น, ปลดกระดุมบน แต่ไม่ล้น, เจาะสะดือ แต่ไม่สัก, ถึงเหลาคางกรีดตาเติมฟิลเลอร์ฉีดโบถ็อกซ์แล้วแต่ก็ไม่มีทางที่จะเสริมนมเป็นอันขาด (อาจพิจารณาอีกทีหลังมีลูก/หากมีลูก)…

พวกผู้หญิงสายกลางที่ทำสวยเพราะมันช่วยเรื่องงาน แต่แอบค้านอยู่ในใจ อุดมการณ์ของเธอยิ่งใหญ่ บางทีเธอก็รู้สึกว่ามันจะใหญ่เกินไปเหมือนคนพยายามจอดรถเอสยูวีราคาห้าล้านในโรงรถของทาวน์เฮาส์ราคาล้านห้า ยักแย่ยักยัน ถอยหน้าถอยหลังทีละนิ้วสองนิ้ว แต่จะจอดนอกบ้านก็ไม่กล้า เพราะหวงและเห่อ

จิบไวน์ไปพลาง พิจารณาผ่านภาพถ่ายไปพลาง ใจน่ะ อยากสร้างไอจีใหม่ไว้สำหรับเขาคนเมื่อเช้า แต่ครั้นเมื่อได้เคลื่อนผ่านรูปถ่ายเก่าๆ แอลกอฮอลล์ก็จูงเธอย้อนไปหาหนุ่มเกาหลีคนนั้น ผู้ฝังใบหน้าและกลิ่นลงมาในห้วงความทรงจำภายใต้หัวข้อ เพื่อนชายต่างแดน…เปล่า…เขาไม่ได้ทำเธออกหัก เธอแค่ผ่านไป เขาแค่ผ่านมา งดงามและผาดเผินราวนกกับสปีดโบ๊ทที่ตีคู่กันเพียงชั่วขณะเหนือท้องทะเลกว้าง แต่ความที่เขาเป็นเพื่อนชายข้ามชาติคนแรกของเธอ เขาจึงตราตรึง 

ถ้าเขาพบเธออีก เขาจะจำเธอได้มั้ยนะ เธอแค่สงสัย 

ในจินตนาการ: ภาพเธอเซถลาหล่นแหมะลงสู่อ้อมกอดของเขา (หล่นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและฉายผ่านซอฟท์เลนซ์) เขาค่อยๆ ใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผม และประคองใบหน้าของเธอไว้ มองเธอด้วยสายตาอันก้ำกึ่งระหว่าง เชื่อกับไม่เชื่อ แต่แล้วเมื่อเธอยิ้ม เขาจึงมั่นใจ…

คุณสวยกว่าที่ผมจำได้ เขาน่าจะพูดอย่างนี้และประมาณนี้ละ ส่วนจะในภาษาอะไรนั้นเธอไม่มีคำตอบ 

เขาพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ครั้นจะเปลี่ยนเสียงในหัวให้เขาหันมาพูดภาษาไทยในเสียงพากย์ของพระเอกหนังฝรั่ง/จีน/แขกอันคุ้นหู มันก็ชวนให้รู้สึกขยิว

เธอแกว่งน้ำสีแดงเข้มในแก้วยิ้มให้กับคิดนั้น และพลันก็ให้นึกขึ้นได้ว่า เธอน่าจะได้ฉากนี้มาจากหนังอินเดียซึ่งเคยโหลดมาดูก่อนผ่าตัด—คุณคงพอเข้าใจธรรมชาติของการเตร็ดเตร่ออกนอกลู่นอกทางระหว่างการหาความรู้ออนไลน์ได้พอสังเขป—คือช่วงนั้นเธอกำลังมองหาข้อมูลเรื่องการทำศัลยกรรมใบหน้า…ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดเสิร์ชเข้ามาในลิ้งค์ต้นๆ

ในเนื้อน้ำสีเบอร์กันดี้ที่ยังคงเคลื่อนไหวเบาๆ เธอเห็นตัวเองยืน หมุน หมุน หมุน อยู่ในชุดปุญจาบี้สีเขียว-ม่วง ฉากหลังเป็นขุนเขาเขียวชอุ่ม…หนุ่มเกาหลีถอยห่างออกไปยืนน้ำตาคลอมองเธอมาจากอีกมุมหนึ่ง

เขาไม่พูดไทย เธอไม่พูดเกาหลี เธออยากกอดเขา ส่วนเขาน่ะอยากกินเพื่อนเธอ, ยัยแพม, เพื่อนแสนสวยคนเดียวที่คบหากันมาตั้งแต่เด็ก ก็แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดออกมาชัดๆ เขาสุภาพ ไม่รุ่มร่าม แต่สายตามันฟ้องเหมือนผู้ชายมากมายที่มักจะเสร็จแพมทุกที เสร็จ นี่ไม่ได้หมายความว่า ได้ นะ แพมไม่ใช่ผู้หญิงประเภทนั้น

เสร็จ หมายถึงอาการออก ออกอาการว่าอยากได้อยากมีแพมกันทุกคน

***

เธอลองใหม่ คราวนี้ถ่ายแก้วแล้วติดใบหน้าเข้ามาในเฟรมบ้าง ยิ้ม ไม่ยิ้ม เศร้า เหงา มองกล้อง ไม่มองกล้อง 

ตั้งแต่สวมใบหน้าใหม่ เธอมักใช้เวลาอยู่หน้ากระจกทีละนานๆ เธอชอบในสิ่งที่เห็น พอใจกับผลพวงของมัน แต่พร้อมๆ กันก็พยายามนึกใบหน้าเก่าของตัวเอง หันซ้าย หันขวา มองหาใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นที่เธอคุ้น เหมือนจะคิดถึง เหมือนจะเสียดาย แต่ก็เปล่า

เธอติติงตัวเองอยู่บ่อยครั้งที่ไม่รู้สึกว่างแหว่งทั้งที่รู้ว่าหน้าเดิมที่พ่อแม่ให้มานั้นจะไม่มีวันหวนกลับมาให้ได้เห็นอีก และยิ่งนานวันเธอก็ยิ่งลืม จมูกเดิม คางเดิม จุดเล็กๆ มุมเล็กๆ ที่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยน บางครั้งเธอย้อนมองรูปเก่าๆ ใช่ว่าคิดถึง เพียงแต่นึกหน้าเดิมไม่ออก ดูเสร็จ จำได้ ก็พาลอยากลบภาพเหล่านั้นทิ้ง แต่ก็ยังลังเลทั้งที่มันก็ผ่านไปกว่าครึ่งปี…ครึ่งปีของการเปลี่ยนผ่าน ครึ่งปีของการยังไม่กล้าลงใบหน้าใหม่ในอินสตาแกรมทั้งที่ก็มีภาพถ่ายสวยงามอยู่มากมาย

ภาพสวยของคนสวยที่รู้สึกสวยได้จากพลังแห่งสายตาของใครต่อมิใครๆ ที่มองมา บ้างปรารถนา           บ้างโลมเลีย นี่คือสิ่งพิเศษที่คนเพิ่งสวยอย่างเธอเพิ่งค้นพบ…ก็ได้นะ ก็ชอบอยู่ แต่เฉพาะจากหนุ่มๆ ที่ถูกจริตเท่านั้นนะ ส่วนสายตาตะกละตะกลามของผู้ชายที่ดูหื่นๆ สกปรกๆ เนื้อตัวเหม็นสาบนั้น เธอรู้สึกแปดเปื้อนและเปลืองตัว 

อย่างเมื่อเช้า…

…เขา, ผู้ชายพิมพ์นิยมคนหนึ่ง—ซึ่งเธอแอบรู้ว่า เขาเคยมีตัวตนอยู่บนรถไฟฟ้าตอนช่วงสายๆ—จ้องมองเธอ

ฟากหน้าด้านนั้นร้อนฉ่า อยากหันไปสบตาแต่ก็ทำไม่เป็น จึงได้แต่ยืนก้มหน้ามองโทรศัพท์ทว่าเก็บเขาไว้ในรัศมีของสายตา หลายนาทีต่อจากนั้น ไม่ว่าเธอจะเหม่อ จะหัน จะก้ม หรือจะเอียงใบหน้าเพื่อลูบลำคอ เธอทุ่มเททุกอาการให้อ่อนช้อยน่าทะนุถนอมเพื่อการมองของเขา ให้ตายเถอะ เธอพยายามแล้วแต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น เหมือนสาวที่แต่งหน้าทาปากทาตาได้แต่คอนทัวร์ไม่เป็น 

แพมสิเก่งคอนทัวร์

ตลอดระยะเวลาที่ฉาบฉวยอันเนิ่นนาน เธอเฝ้าสงสัยว่า ถ้านี่เป็นแพม…แพมจะเดินเกมอย่างไร

คุณต้องเข้าใจ เธอไม่ได้เกิดมาสวย เธอจึงไม่มีสิ่งนั้นที่เขาเรียกว่าอะไรนะ…สิ่งที่คนรูปสวยเขามีกันมาตั้งแต่เกิดน่ะ ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำของกล้ามเนื้อ ของสายตา ของรอยยิ้ม หรือวิธีการเปิดไฟเขียวบอกอีกฝ่ายว่า เชิญค่ะ…นั่นล่ะ คนสวยฝึกหัดที่เพิ่งหัดสวยอย่างเธอจึงไม่มี จะมีก็แต่จริตจำที่เก็บไว้อำเพื่อนรักผู้สวยมาแต่เกิด นั่นคือสิ่งที่เธอมีและชำนาญ

เธอเลยเชิญองค์แพมมาลง (เปล่า แพมยังไม่ตาย และเธอเองก็ไม่ได้หากินอยู่กับการทรงเจ้าเข้าผี) 

…แพมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสียบเอียร์บัดส์…บรรจงป้อนข้างซ้าย ด้านใกล้เขาเข้าหูไปก่อน เอียงคอ โน้มใบหน้าลงไปรับ ใช้นิ้วเกลี่ยผมออกจากใบหูแล้วคืนลำคอกลับมาช้าๆ ใช้มืออีกข้างหยิบหูฟังที่ยังห้อยโตงเตงขึ้นมา เอียงคอไปทางด้านไกลเขาแล้วสะท้อนกิริยาเดิม ทว่าในขณะที่กำลังใช้นิ้วเกลี่ยผมออกจากใบหูเพื่อคืนลำคอกลับมาอย่างนวดนาดนั่นเอง ใบหน้าของแพมบังเอิญหันไปทางเขาพอดี

บังเอิญนะ เน้นว่าบังเอิญ…

…สบตา ตกใจ ประหม่า ออกอาการอายอุ๊ย อาการเขินอายอันเป็นเอกลักษณ์ของแพม ดวงตาของเธอจะเริ่มจากอารมณ์อันว่างเปล่าผสมเหงานิดๆ—ก่อน—จากนั้นก็เกิดเป็นแววตระหนกแล้วกระโจนเข้าสู่อารมณ์ยั่วล้อในวินาทีเดียวกัน ขบขันตัวเองที่ตกใจ อุ๊ยเพิ่งเห็นนะคะว่ามีชายหนุ่มแอบมอง แพมยิ้มเขินแต่ซุกซน ขบริมฝีปากล่างไว้เบาๆ ไม่เผยอไปมากกว่านั้น ชะงักอาการลงกลางคันราวคนลืมตัวไปชั่วขณะ ค้างสายตาขี้เล่นไว้ที่เขาวาบหนึ่ง

เขายิ้ม คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย กึ่งถาม กึ่งแหย่ พ่อพิมพ์นิยมคนนี้น่าจะเป็นพวกเดียวกันกับแพม คือคงมีรูปโฉมสวยงามมาตั้งแต่เกิด ดูเขาจะคุ้นเคยกับสัญญะสัญญาณต่างๆ เป็นอย่างดี ในยิ้มนั้นยืนยันว่า โสด เขาเปิดไฟเขียวฉาดฉานเหมือนป้าย ว่าง บนแท็กซี่

เธอหลบสายตาลงสู่หน้าจอ…ในหู พเลยลิสต์ของ Bap Kennedy กำลังพาเธอเคลื่อนจากตำแหน่งข้างประตูรถไฟฟ้า ไปยืนคาอยู่บนธรณีประตูของรอมคอมเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ท่ามแดดสายที่แผดแรง เธอทอแสงแข่งกับมัน 

เขายังคงมองเธอยิ้มๆ เธอยังคงขบริมฝีปากเบาๆ ใจอยากคืนใบหน้ากลับไปทางเขาจะแย่ แต่มีหรือแพมจะยอม

***

เขาตั้งใจโฉบมายืนใกล้เธอก่อนลง ขอโทษครับ เธอขยับจะเบี่ยงตัวหลบประสาคนสวยฝึกหัด แต่ยัยแพมไม่หลบ เชิดใบหน้าขึ้น ท้าทาย เอียงคอก่อนแล้วค่อยๆ ปลดหูฟังออกจากหูข้างหนึ่ง 

ขา?

ขา ของแพมสร้างเงื่อนไข เขาอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วด้วยความเจนทางของคนที่คุ้นเคยกับถนนสายนี้ดี เขาถาม ฟังเพลงอะไรอยู่ครับ?

แพมยิ้ม ชูโทรศัพท์ให้เขาดูปกอัลบั้ม เคยฟังมั้ยคะ?

ประตูเปิด คนลง เขากำลังขวางทางสัญจร คนรอขึ้นไม่มากนัก แต่มี 

ไม่เคยครับ แต่จะไปหามาฟังบ้าง เขาอ่านชื่องึมงำราวจะท่องให้ขึ้นใจ น้ำเสียง สายตา ท่าทีอันน่าสงสารของเขามีพลังบางอย่างปลุกสัมผัสแห่งเพศแม่ในเธอให้ตื่นเพริดขึ้น เธออยากปกป้องดูแลความอ่อนแอนั้น…ขยับจะเอื้อ…เอื้อความสะดวก เอื้ออะไรก็ได้, เอื้อน่ะ เอื้อให้เขา…

แต่ยัยแพมชักโทรศัพท์กลับ มองแค่นี้จะจำได้อ๋อ? น้ำเสียงราวเย้าแหย่อยู่กับเด็กห้าหกขวบ 

เธอได้ยินเข้าก็อดยิ้มไม่ได้

งั้นคุณส่งให้เอ่อม…นะ…ได้มั้ยครับ? เว้นสรรพนามที่หนึ่งให้ว่างไปเสียอย่างนั้น ไม่ฉัน ไม่ผม ไม่เรา ก็ยังดีนะที่ไม่ กู 

เธอขยับจะบอกให้เขาเอาเบอร์มา เอาไลน์มา อะไรก็ได้  โทรศัพท์อยู่กับมือ เธอไม่พลาดหรอก แต่แพมปิดปากเธอไว้แล้วชิงตอบ พรุ่งนี้นะคะ ถ้าเราได้เจอกันอีก สัญญาว่าจะแบ่งหูฟังให้ข้างนึง…ทั้งสีหน้าและแววตาของแพมกำลังไต่เล่นอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ของการเชิญชวนอันท้าทายและความเย่อหยิ่งอันน่าเอ็นดู

คนรูปสวยเขามีวิธี มีภาษาเฉพาะที่เธอไม่เคยเข้าใจ แต่เมื่อได้ยินสิ่งซึ่งพูด ก็ให้รู้สึกอยากฟังคำตอบของเขาเหมือนกัน เขาจะรอพรุ่งนี้ หรือจะยอมเสียเวลาอีกสักนิดติดรถไปลงสถานีหน้า ค่าของผู้หญิงคนนี้อยู่ที่สถานีไหนกัน อโศก นานา เพลินจิต หรือชิดลม?

เขาทำหน้าแกล้งร้องไห้ที่ไม่เหมือนการร้องไห้เท่าไรนัก—แต่เก๋ไม่เบาล่ะ คงซ้อมทำอยู่หน้ากระจกบ่อยๆ—ถอยหลังออกไปยืนยิ้มเหงาอยู่บนชานชาลาแต่ยังไม่ยอมไปไหนนะ, ยัง

ต่างคนต่างประเมิน พิมพ์นิยมจากสองฟากฝั่ง โดยมีเธอเป็นพยานรับรู้อยู่ตรงกลาง ยืนดูทุกนาฏกรรมค่อยคืบคลาย มีเพลง Baby It’s Alright คลอเบาๆ อยู่ในหูข้างหนึ่ง…

…สาวโรแมนติกอย่างเธอเผลอฝัน เผลอสงสัย…

…นี่ถ้าเขากลับขึ้นมาบนรถแล้วชวนเธอโดดงาน ใช้วันนี้ทั้งวันเที่ยวเล่นกันซุกซนกันไปเรื่อยๆ เธอจะยอมไปกับเขามั้ย? น้ำตก ภูเขา ทะเล เดินทางถึงได้ภายในเวลาสองสามชั่วโมง เธออยากไปในที่เหล่านั้นเพื่อใช้เวลารู้จักเขา และคงจะถามเขาว่า เขาหายหน้าไปไหนมาตั้งครึ่งปี? 

แต่ก็นั่นล่ะ ยัยแพม—สาวเม็ทโทรจ๋าคนนี้คงไม่ยอม

***

เช้าทั้งเช้าไม่เป็นอันทำงานกัน ใครจะถามจะพูดอะไรต้องคอยพูดคอยถามอยู่ซ้ำๆ เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวเหงา เดี๋ยวหัวเราะออกมาเบาๆ เธอท่องเที่ยวไปแสนไกลขณะยืนงันอยู่หน้าตู้น้ำเย็นทั้งที่ตั้งใจมาถ่ายเอกสาร

ในหัวคือภาพแห่งความหวังที่วางอยู่ในกรอบแห่งความกังวล เธอชอบนะ โลกใบนี้ของแพม เพียงแต่ไม่อยากเป็นแพม โลกใบนั้นของเธอมันเหงา ใบของแพมสิน่าตื่นเต้น นี่คือภาพชีวิตที่เธออยากได้อยากมี แต่มันก็ช่างเต็มไปด้วย โค้ด ออฟ คอนดักต์ ซึ่งมี โพรโตคอล มากมายที่เธอไม่ถนัด

สั่งไวน์แก้วที่สองมาดื่ม เริ่มรู้สึกตึงๆ…ไล่ดูภาพแก้วไวน์ที่ถ่ายไว้ ไตร่ตรองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนเลือกรูปที่มีใบหน้าเบลอร์ๆ ของเธออยู่เบื้องหลังแล้วพิมพ์แค็ปชั่นลงไป…

This damn wineglass is wayyyyy too complicated.

เขียนเสร็จ กดแชร์ แล้วนั่งมองแฮปปี้อาวร์ที่เหลือในแก้วด้วยอารมณ์กล้าๆ กลัวๆ 

-------------------------------------------------------

ผาด พาสิกรณ์ คือ นามปากกาของ วิษณุฉัตร วิเศษสุวรรณภูมิ  เกิดเมื่อ 11 กรกฎาคม ปี 2511 เป็นนักเรียนวชิราวุธวิทยาลัยจนจบมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ไปโตเป็นวัยรุ่นและเรียนจบ Mass Communication ที่ Northern Arizona University สหรัฐอเมริกา  

หลังเรียนจบทำงานที่นั่นในสายงานโฆษณาอยู่ 6-7 ปี จึงกลับเมืองไทยมาทำงานโฆษณาต่ออีกพักใหญ่  ก่อนตัดสินใจลาออกมาเป็นนักเขียน ระยะแรก งานเขียนส่วนใหญ่มักลงพิมพ์ในนิตยสารขวัญเรือน  

ผาด พาสิกรณ์ เป็นนามปากกา ใช้สำหรับงานเขียน เรื่องสั้น นวนิยาย และบทความ  มีผลงานเป็นที่รู้จักของนักอ่าน เช่น สำเนียงของเวลา (เรื่องสั้น) เสือเพลินกรง (นวนิยาย) ใช่เกลียดตะวัน...มันแสบตา (รวมบทความ) 

นอกจากเป็นนักเขียน  แต่ในชื่อ-สกุลจริง วิษณุฉัตร วิเศษสุวรรณภูมิ  ยังเป็นนักแปลที่แปลวรรณกรรมชั้นดีออกมาหลายเรื่อง อาทิ เด็กเก็บว่าว ( The Kite Runner ของฮาเหล็ด โฮเซนี่) ไวท์ แฟง (White Fang ของ แจ๊ค ลอนดอน) และ เสียงแห่งสัญชาตญาณ (The call of the wild ของ แจ๊ค ลอนดอน)

ปัจจุบัน เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์คเณศบุรี สำหรับเผยแพร่ผลงานตนเอง

เลี้ยงหมาไซบีเรียน ฮัสกี และนึกสนุกว่า สักวันอาจขับรถพาหมาไปอาบน้ำที่สุรินทร์เพราะราคาอาบน้ำหมาย่อมเยากว่าในกรุงเทพมหานคร

 

ผลงานด้านวรรณกรรม 

ณ กาลครั้งหนึ่ง (นวนิยาย) 2547

ฝัน...ที่แยกราชประสงค์ (นวนิยาย)  2548

นางแมวยาง (นวนิยาย) 2549

สำเนียงของเวลา (เรื่องสั้น)  2552

เสือเพลินกรง (นวนิยาย) 2552    รางวัลชนะเลิศ ประเภทนวนิยาย เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ.2553

ไปยาลใหญ่ในปัจฉิมดำริ (เรื่องสั้น) 2552     รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทรวมเรื่องสั้น เซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 8 ประจำปี 2554

กรอบอารมณ์ของคนบางกอก (เรื่องสั้น)  2558

พลิ้วไปในพรายเวลา (นวนิยาย) 2558   รางวัลชนะเลิศ ประเภทนวนิยาย เซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 12 ประจำปี 2558 / รางวัลดีเด่น ประเภทนวนิยาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ.2558

ใช่เกลียดตะวัน...มันแสบตา (รวมบทความ)

 

ผลงานด้านแปลวรรณกรรม 

เด็กเก็บว่าว ( The Kite  Runner ของฮาเหล็ด โฮเซนี่)  2551

ไวท์ แฟง (White Fang ของ แจ๊ค ลอนดอน)  2555

เสียงแห่งสัญชาตญาณ (The call of the wild ของ แจ๊ค ลอนดอน) 2555

เหยียบพญายม   (SEAL Target Geronimo ของ CHUCK PFARRER ) 2556

แชร์/ส่งต่อบทความนี้


เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป

ใส่ความเห็น

    1. พูดถึงชีราซ พูดถึงทำเล็บเจล พูดถึงจริตจะก้านของยัยแพม
      เห้ยยย!!!นี่มันน้องน้อยของเราชัดเจน

      ครั้นเธออ่านจบ….เธอไลน์มาบอกว่า พี่…ต่อนี้ไปเธอเรียกฉันว่า ยัยแพม นะ 😎😁😆

keyboard_arrow_up
[apwp_player]