[apwp_player]
menu แสดงเมนู
สมองพูห์ สมองพิกเลต
ผมคิดว่าตอนนี้เราเหมือนตัวละคร ‘พิกเลต’ ในหนังสือ ‘วินนีเดอะพูห์’ ซึ่งเป็นผลงานเขียนของ เอ. เอ. มิลน์ 
[molongui_author_name]
รีเซ็ต เรื่องก่อนหน้า มือพ่อ พลิกชะตาฟ้า เรื่องถัดไป

ฝนตกแล้วตกอีก…ตกแล้วตกอีก…และก็ตกแล้วตกอีก พิกเลตบอกตัวเองว่า ในชั่วชีวิตของมัน (ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าอายุปาเข้าไปเท่าไรแล้ว สาม…หรือสี่?) ไม่เคยมาก่อนเลยที่มันจะเห็นฝนตกมากขนาดนี้ วันแล้ววันเล่า…วันแล้ววันเล่า…และก็วันแล้ววันเล่า

จาก วินนีเดอะพูห์ (ฉบับสมบูรณ์) 

โดย เอ.เอ.มิลน์ แปลโดย ธารพายุ

ผมคิดว่าตอนนี้เราเหมือนตัวละคร ‘พิกเลต’ ในหนังสือ ‘วินนีเดอะพูห์’ ซึ่งเป็นผลงานเขียนของ เอ. เอ. มิลน์ 

มิลน์เขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2469 มันเป็นเรื่องราวจากนิทานที่เขาเล่าให้ลูกชายฟังก่อนนอน กับป่า 100 เอเคอร์ ซึ่งมีคริสโตเฟอร์ โรบิน – ลูกชายของเขา, เป็นเด็กเพียงคนเดียวในท่ามกลางผองเพื่อนที่เป็นสัตว์ต่างๆ

เจ้าพิกเลต (Piglet) เป็นลูกหมูน้อยสีชมพูน่ารัก ขี้กลัว ขี้ระแวง และต้องพยายามเอาชนะความกลัวเพื่อให้กล้าหาญ เจ้าพิกเลตมีที่มาจากตุ๊กตาของคริสโตเฟอร์ โรบิน มิลน์ 

ผมคิดว่า ตอนนี้พวกเราทั้งหลายก็คล้ายๆ พิกเลต ตรงที่เราเพิ่งได้ตระหนักรู้กันว่า โดยเนื้อแท้แล้ว มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ช่วยเหลือตัวเองอะไรไม่ได้ และไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ 

พิกเลตกลัดกลุ้มใจไม่น้อยเมื่อต้องถูกน้ำล้อมรอบ ส่วนพวกเรามนุษย์ แม้อยู่ในท่ามกลางวงล้อมของสิ่งที่เล็กว่าตัวเรา – แต่กระนั้นมันก็ใหญ่โตมโหฬารเสียเหลือเกิน

สิ่งเล็กๆ นั้นแทบไม่มีชีวิต เราเรียกมันว่าไวรัส

เมื่อน้ำล้อมรอบ พิกเลตภาวนาว่า “ถ้าเพียงแต่ฉันอยู่ในบ้านของพูห์ หรือบ้านของคริสโตเฟอร์ โรบิน หรือบ้านของแรบบิต เมื่อตอนฝนเริ่มตก ฉันก็จะมีเพื่อนตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ แทนที่จะต้องอยู่ที่นี่คนเดียวโดยไม่มีอะไรทำ นอกจากนึกสงสัยว่าเมื่อไหร่มันจะหยุดตก”

พิกเลตต้องอยู่ลำพังตัวเดียว เหมือนที่เราเองก็ไม่มีสิทธิพบปะกับพูห์ กับคริสโตเฟอร์ โรบิน หรือแรบบิต,

เราเองก็ต้องอยู่ลำพังเช่นเดียวกัน

พิกเลตไม่มีเพื่อน แต่เราไม่อาจมีความอุ่นใจได้เลย โดยเฉพาะเมื่อไม่มีผู้นำที่น่าไว้วางใจ

ในโลกของพิกเลต เมื่อฝนตกมากเข้า น้ำก็ท่วมป่า 100 เอเคอร์ ที่ซึ่งหมีพูห์ พิกเลต และเพื่อนๆ อีกหลายตัวอาศัยอยู่ พิกเลตเขียนจดหมาย เอากระดาษใส่ขวด แล้วปิดจุกก๊อก ก่อนจะเหวี่ยงขวดไปให้ไกลที่สุด ขวดนั้นไปถึงพูห์ในวันที่สี่

น้ำท่วมใหญ่ในป่า 100 เอเคอร์ นั้น ไม่ผิดแผกจากการระบาดใหญ่ของโรคในปีนี้สักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เหลือวิสัยใครจะทำนายทายทักได้ถูก แต่เหตุการณ์นี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และส่งผลกระทบเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์

พูห์เป็นหมีที่อ่านหนังสือไม่แตก มันจึงไม่รู้หรอกว่า ข้อความในขวดคือการร้องขอความช่วยเหลือจากพิกเลตตัวน้อย แต่คริสโตเฟอร์ โรบิน ผู้ชาญฉลาดรู้ เขาจึงเรียกเพื่อนๆ มาเพื่อขอให้ออกเดินทางไปช่วย ‘กู้ภัย’ พิกเลต พวกเขาต้องคิดวิธีการหลายอย่าง เพราะน้ำท่วมครั้งนี้ใหญ่โตเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งและสรรพสัตว์ในความคำนึงของเขาจะทำอะไรได้โดยง่าย

“เอาละ พูห์” คริสโตเฟอร์ โรบิน พูด “เรือของนายอยู่ไหน”

“ฉันน่าจะบอก” พูห์อธิบายระหว่างที่เดินลงไปริมฝั่งเกาะ “ว่ามันไม่ใช่เรือธรรมดาอย่างเรือทั่วไป บางครั้งมันก็เป็นเรือ แต่บางครั้งเหมือนเป็นอุบัติเหตุมากกว่า มันก็แล้วแต่”

“แล้วแต่อะไร”

“แล้วแต่ว่าตอนนั้นฉันอยู่ข้างบนหรือข้างล่างของมัน”

“อ้อ! เอาละ แล้วมันอยู่ไหนล่ะ”

“นั่นไง! พูห์บอก ชี้ไปที่หมีลอยน้ำอย่างเต็มภาคภูมิ

แต่หมีลอยน้ำก็เล็กเกินไปสำหรับจะนำไปกู้ภัย ทว่าในที่สุด พูห์ก็นึกหาทางออกขึ้นมาได้

“เราอาจจะนั่งร่มของนายไปได้” พูห์พูด

นั่นคือทางออกที่ไม่ธรรมดา มันฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วร่มใหญ่พอให้คริสโตเฟอร์ โรบิน ลงไปในนั้นพร้อมกับพูห์ และใหญ่พอจะพาพิกเลตกลับมาด้วยได้ แม้ว่ามันจะโคลงเคลงไปหน่อยก็ตาม

ในภาวะเช่นนี้ หลายคนอาจมักนึกภาพตัวเองเป็นพิกเลตที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ แน่นอน พิกเลตย่อมดีใจมาก ที่ได้เห็นเรือในสภาวะที่มันคิดว่าตกอยู่ใน ‘อันตรายร้ายแรงท่ามกลางอุทกภัยโหด’ แต่เราต้องไม่ลืมว่า พิกเลตรอดตัวมาได้ก็เพราะมี ‘เพื่อน’ ที่มี ‘สมอง’ คิดช่วยหาหนทางออกให้

เรือลำนั้น คริสโตเฟอร์ โรบิน ตั้งชื่อให้ว่า ‘สมองพูห์’ ทั้งนี้ก็เพราะมาจากสมองและความคิดที่ผุดขึ้นมาของพูห์นั่นเอง

เราล้วนต้องการเรือที่เรียกว่า ‘สมองพูห์’ เช่นกัน เพียงแต่ว่า – ต่อให้เราพยายามเขียนจดหมายใส่ขวดและเหวี่ยงลงน้ำไปครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักกี่ครั้ง เราก็ไม่รู้เลยว่า ขวดนั้นจะไหลไปถึงไหน

จะไปถึงคนที่เราสามารถเรียกได้ว่าเป็น ‘เพื่อน’ ที่เราไว้วางใจให้มาช่วยเหลือเราได้จริงหรือเปล่า

จะไปถึงผู้มีอำนาจที่พอจะมี ‘สมองพูห์’ เอาไว้ใช้คิดช่วยเหลือคนอื่น ในแบบ ‘คิดให้ครบ’ และคิดให้ทันการณ์ในยามฉุกเฉินไหม

แล้วถ้าไม่ล่ะ – เราจะทำอย่างไร

พิกเลตที่แสนโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง อาจทำได้เพียงรอคอยให้น้ำล้อมรอบจนกระทั่งล้มลงตาย และปล่อยให้ตัวลอยไปกับกระแสน้ำนั้นก็ได้

หรือไม่อีกที พิกเลตก็อาจต้องมองให้เห็นสถานการณ์ทั้งหมด เลิกหวังพึ่ง ‘สมองพูห์’ หันมามองหาคุณค่าของตัวเองที่แท้จริง รวมถึงลองลุกขึ้นมาให้คุณค่ากับ ‘สมองพิกเลต’ ของตัวเอง และของพิกเลตอื่นๆ ที่เคยเอาแต่ดูถูกว่าตัวเองไร้อำนาจ ไร้พลัง – เพื่อร่วมกันลุกขึ้นการแก้ปัญหาต่างๆ ก็ได้

บางทีในป่า 100 เอเคอร์นั้น เราอาจไม่รู้มาก่อนก็ได้ว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น อะไรคือสิ่งไม่จำเป็น

เว้นเสียแต่เมื่อโลกผลักดันให้เราเข้าสู่ภาวะคับขัน   


เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป

ใส่ความเห็น

keyboard_arrow_up