{"playlist":[{"title":"\u0e2b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e1e\u0e34\u0e40\u0e28\u0e29","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-001-\u0e2b\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e1e\u0e34\u0e40\u0e28\u0e29.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1581399726386-63d45c1b2d20-1024x706.jpeg","duration":"21:49","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e40\u0e1e\u0e23\u0e32\u0e30\u0e23\u0e31\u0e01\u0e08\u0e36\u0e07\u0e21\u0e32\u0e2b\u0e32","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-009-\u0e40\u0e1e\u0e23\u0e32\u0e30\u0e23\u0e31\u0e01\u0e08\u0e36\u0e07\u0e21\u0e32\u0e2b\u0e32.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1518558997970-4ddc236affcd-938x1024.jpeg","duration":"12:03","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e2b\u0e32\u0e22 , \u0e04\u0e33\u0e2a\u0e32\u0e23\u0e20\u0e32\u0e1e\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e04\u0e19\u0e02\u0e35\u0e49\u0e02\u0e42\u0e21\u0e22","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-008-\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e04\u0e33\u0e2a\u0e32\u0e23\u0e20\u0e32\u0e1e\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e04\u0e19\u0e02\u0e35\u0e49\u0e02\u0e42\u0e21\u0e22.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1537713873666-f00791130d05-1024x683.jpeg","duration":"22:02","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e1e\u0e35\u0e48\u0e0a\u0e32\u0e22\u0e41\u0e2a\u0e19\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e44\u0e21\u0e48\u0e23\u0e39\u0e49\u0e08\u0e31\u0e01","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-007-\u0e1e\u0e35\u0e48\u0e0a\u0e32\u0e22\u0e41\u0e2a\u0e19\u0e14\u0e35\u0e17\u0e35\u0e48\u0e44\u0e21\u0e48\u0e23\u0e39\u0e49\u0e08\u0e31\u0e01.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1547667498-5b9ede99b99a-1024x768.jpeg","duration":"9:15","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e40\u0e2b\u0e47\u0e14\u0e04\u0e31\u0e19\u0e17\u0e32\u0e40\u0e23\u0e25","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-006-\u0e40\u0e2b\u0e47\u0e14\u0e04\u0e31\u0e19\u0e17\u0e32\u0e40\u0e23\u0e25.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1501169823221-212bdeaf8556-1024x683.jpeg","duration":"12:41","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e02\u0e19\u0e21\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e22\u0e48\u0e32","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-005-\u0e02\u0e19\u0e21\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e22\u0e48\u0e32.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1510379558726-265c7a7b8c19-1024x819.jpeg","duration":"16:56","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e06\u0e48\u0e32\u0e2b\u0e31\u0e48\u0e19\u0e28\u0e1e","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-004-\u0e06\u0e48\u0e32\u0e2b\u0e31\u0e48\u0e19\u0e28\u0e1e.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1571065497914-38c5d3cde715-1024x683.jpeg","duration":"49:22","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e08\u0e32\u0e01\u0e40\u0e14\u0e47\u0e01\u0e40\u0e23\u0e35\u0e22\u0e19 \u0e2a\u0e39\u0e48\u0e2a\u0e31\u0e07\u0e40\u0e27\u0e35\u0e22\u0e19\u0e40\u0e2b\u0e25\u0e47\u0e01","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-003-\u0e08\u0e32\u0e01\u0e40\u0e14\u0e47\u0e01\u0e40\u0e23\u0e35\u0e22\u0e19-\u0e2a\u0e39\u0e48\u0e2a\u0e31\u0e07\u0e40\u0e27\u0e35\u0e22\u0e19\u0e40\u0e2b\u0e25\u0e47\u0e01.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1552072092-7f9b8d63efcb-1024x683.jpeg","duration":"59:49","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e04\u0e19\u0e17\u0e35\u0e48\u0e1a\u0e49\u0e32\u0e19\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e44\u0e1b\u0e44\u0e2b\u0e19\u0e2b\u0e19\u0e36\u0e48\u0e07\u0e04\u0e19","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-002-\u0e04\u0e19\u0e17\u0e35\u0e48\u0e1a\u0e49\u0e32\u0e19\u0e2b\u0e32\u0e22\u0e44\u0e1b\u0e44\u0e2b\u0e19\u0e2b\u0e19\u0e36\u0e48\u0e07\u0e04\u0e19.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/photo-1510133768164-a8f7e4d4e3dc-1024x683.jpeg","duration":"13:06","playlistid":"playlistid-1"},{"title":"\u0e23\u0e2d\u0e22\u0e25\u0e30\u0e21\u0e38\u0e19","artist_name":"Jood Takieng","audio_file":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/ONCE-010-\u0e23\u0e2d\u0e22\u0e25\u0e30\u0e21\u0e38\u0e19.mp3","poster_image":"https:\/\/joodtakieng.com\/wp-content\/uploads\/2020\/04\/claudio-schwarz-purzlbaum-k39RGHmLoV8-unsplash-1024x683.jpg","duration":"21.49","playlistid":"playlistid-1"}]}
menu แสดงเมนู
เริ่มต้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย
5 ขั้นตอนในการฝึกหัวใจในช่วงเวลาวิกฤต
วิจักขณ์ พานิช
นิมิตต์วิกาล เรื่องก่อนหน้า เฉดสีของเงา เรื่องถัดไป

การอยู่กับความสั่นไหว ท้องไส้ปั่นป่วน โกรธ กลัว สิ้นหวัง คือประสบการณ์ของการตื่น การอยู่กับความไม่แน่นอน มีชีวิตท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย และการมีสติไม่ตื่นตระหนก คือการฝึกฝนทางจิตวิญญาณ หากเรามองได้เช่นนั้น วิกฤตก็จะกลายเป็นพรอันประเสริฐ 

การพัง คือ สัญญาณแห่งการเติบโตต่อ ไม่ว่าจะอกหัก ถูกไล่ออกจากงาน หรือต้องเจอกับสถานการณ์วิกฤตโควิท-19 เรารู้สึกเหมือนชีวิตถูกต้อนมาจนมุม มืดแปดด้าน ไม่มีทางออก เรารู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงขอบ ปริ่มๆ จะไม่ไหว โลกทั้งใบกำลังพังลงตรงหน้า ไม่รู้จะอยู่ยังไงไหว แต่ก็ไม่รู้จะไปยังไงต่อ

ขั้นที่ ๑: เลิกปกป้องตัวเองออกจากความเจ็บปวด

ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งอยากออกจากความเจ็บปวด ก็ยิ่งติดแหง็กไม่ไปไหน ยิ่งหนี ความจริงก็ยิ่งตามมาหลอกหลอน คำแนะนำแรก จึงเป็นการหยุด การอยู่ตรงนั้นเฉยๆ  “ศิโรราบ” เลิกปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด

ความเจ็บปวดเป็นสัจธรรมสากลแผ่ซ่านเข้ามาจากทุกอณูของบรรยากาศ เรายอมรับได้ไหมว่า ในวินาทีอันเปราะบางเช่นนี้ เราต้องปล่อยจากหลักยึดและการควบคุมเดิมๆ โลกใบเก่ากำลังจะพังลง ตัวตนเก่าที่เคยใช้ได้กำลังจะตายไป มันอาจหมายถึงการลอกคราบของหัวใจที่กำลังเติบใหญ่ขึ้น มันอาจหมายถึงดักแด้ที่กำลังผ่านช่วงเวลาสำคัญก่อนจะกลายเป็นผีเสื้อ

ความเจ็บปวดเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้และเติบโต เปิดรับมันเข้ามา ความทุกข์ที่คืบคลานมาจากทุกด้าน คือสัญญาณว่าถึงวินาทีสำคัญนั้นแล้ว สัจธรรมกำลังเรียกหา ถึงเวลาที่เราต้องปล่อย 


ขั้นที่ ๒: เปิดหัวใจ

การฝึกอยู่กับกายคือพื้นฐานการเปิดใจรับรู้ตามที่เป็น ในพายุของความเจ็บปวด สิ่งที่เป็นปัญหาไม่ใช่ความทุกข์แต่คือความคิด หนทางไม่ใช่การพยายามหนีทุกข์ แล้วจมอยู่กับความคิด ตรงกันข้ามเราฝึกที่จะปล่อยความคิด เพื่อสัมพันธ์กับความทุกข์อย่างกล้าหาญต่างหาก

การปล่อยความคิด ช่วยให้กายดำรงอยู่ในภาวะผ่อนคลาย เมื่อกายผ่อนคลาย หัวใจก็เปิด เราฝึกที่จะปล่อยความคิดที่ตัดสินแบ่งแยก ถอดการติดป้ายว่า “ดี” หรือ “แย่” ความทุกข์ “ของเขา” ความทุกข์ “ของเรา” หรือความทุกข์ “ของใคร” เมื่อใจเขาก็เหมือนใจเรา เขาเจ็บปวด เรารู้สึกได้ เราลงเรือลำเดียวกัน ในมหาสมุทรแห่งความไม่มั่นคง ไม่แน่นอน เราต่างรู้สึกกลัว ไม่มีหลักหรือกำแพงอันใดให้ยึดหรือกั้น กับผลกระทบที่แผ่ขยายไปทั่วทุกหัวระแหงไม่มียกเว้น ทุกคนต่างปรารถนาที่จะมีความสุข ทุกคนปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ ไม่มีใครที่อยากติดเชื้อ และไม่มีใครที่อยากจะแพร่เชื้อให้คนอื่น ทุกคนอยากเห็นการค้นพบยาต้านไวรัสโดยเร็ว อยากเห็นผู้ติดเชื้อหายป่วย ไม่อยากเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทุกคนอยากเห็นสังคมกลับคืนสู่ภาวะปกติ อยากเห็นสภาพเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น ไม่อยากเห็นใครต้องฆ่าตัวตายเพราะทนสภาพเศรษฐกิจสังคมที่ถดถอยไม่ไหว

แทนที่จะปิดกั้นตัวเอง ลองเปิดหัวใจสู่ข่ายใยแห่งสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์คนอื่น อยู่ตรงนั้น กับความดิบ ความเปลือยเปล่าของหัวใจที่แตกสลาย ปลุกหัวใจให้ตื่นและรับรู้

ขั้นที่ 3: Be a warrior with an open heart สัมผัสความอ่อนนุ่ม โน้มเข้าหาจุดเปราะบาง

ภายใต้กำแพงแข็งของตัวตนที่คอยปกป้อง มีธรรมชาติของความอ่อนนุ่มอันงดงามซ่อนอยู่  ในความพังทลาย เราสามารถค้นพบศักยภาพของหัวใจที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน

หากเราเป็นคนนึงที่ต้องอยู่กับตัวเองในช่วงเวลา social distancing อันยาวนาน นี่คือโอกาสของการอยู่กับความรู้สึกโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา ลองโน้มเข้าหาจุดเปราะบางและเปิดที่จะสัมผัสความอ่อนนุ่มของหัวใจในความโดดเดี่ยว  เช่นเดียวกับความกลัวตาย ความรู้สึกพ่ายแพ้ล้มเหลว ความหวั่นไหวของการไม่รู้อนาคต ความโกรธ ความไม่พอใจ ฯลฯ โน้มเข้าหาอารมณ์ความรู้สึกที่ทนได้ยากเหล่านั้นทีละน้อย แตะแล้วปล่อย รับรู้ถึงความเข้มข้นของมัน ขณะเดียวกันก็รับรู้ถึงพื้นที่ว่าง 

ตระหนักว่ามีผู้คนมากมาย ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ต่างจากเรา มีผู้คนมากมายที่กำลังเผชิญกับอารมณ์ความรู้สึกที่ทนได้ยากนี้ ความกล้าหาญที่จะอยู่ตรงนั้น คือการบรรเทาทุกข์

การอยู่ตรงนั้นไม่ใช่แค่เพื่อรับรู้ตัวเราเอง แต่เป็นการร่วมรับรู้ ร่วมรู้สึกไปกับผู้คนมากมายที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ เราลองสวมรองเท้าของเขา ลงไปอยู่ในเรือลำเดียวกับเขา นี่คือหนทางของการอยู่ตรงนั้นเพื่อตัวเราเองและผู้อื่น อยู่ตรงนั้นเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่โลกใบนี้ เราเลือกจะตื่นแทนที่จะขดตัวหลับใหล การอยู่ตรงนั้นยิ่งทำให้กำลังใจเพิ่มพูน ความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ปลุกเราให้ตื่นขึ้น มีพละกำลังเพิ่มขึ้น ค้นพบศรัทธาและความกล้าหาญที่จะช่วยปัดเป่าทุกข์ของทุกชีวิตในวิกฤตนี้อย่างไม่แบ่งแยก 


ขั้นที่ 4: ค้นพบเวทมนตร์อันไม่คาดคิด


be broken, 

be open, 

be awake, 

be connected, 

and be available.

การเปิดหัวใจช่วยให้เราได้ค้นพบและสังเกตสิ่งเล็กๆ น้อยๆ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับผู้อื่น การรับ การให้ การแบ่งปัน ความเห็นอกเห็นใจ การร่วมมือร่วมใจ และการอยู่ตรงนั้นเพื่อกันและกัน  โลกที่พังทลายถูกรังสรรค์ใหม่ด้วยเวทมนตร์ เป็นเวทมนตร์อันคาดเดาไม่ได้ที่เกิดขึ้นจากการเปิดหัวใจและข่ายใยของความสัมพันธ์อันมองไม่เห็นที่เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง 

อาจมีประสบการณ์ใหม่ที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ลองทำ วิธีการใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ เพื่อนใหม่ มิตรภาพใหม่ การค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ในตัวเอง วิกฤตเปิดโอกาสให้เราได้พบกับรูปแบบชีวิตที่แตกต่างออกไป หากเรายื้อที่จะใช้ชีวิตแบบเดิม เราคงต้องยื้อมากขึ้น ต่อสู้มากขึ้น ควบคุมมากขึ้น เห็นแก่ตัวมากขึ้น แต่หากเรายอมรับความเปลี่ยนแปลงที่วิกฤตมอบให้ และค้นพบธรรมชาติอันอ่อนนุ่มพื้นฐานของหัวใจ เราอาจค้นพบรูปแบบการใช้ชีวิตที่ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปในหนทางที่เปิดกว้าง ผ่อนคลาย รื่นรมย์ และฉับพลันกับปัจจุบันมากขึ้น นั่นแหละคือชีวิตที่  magical 

ขั้นที่ 5: ทองเล็น: รับและให้

ทองเล็น เป็นการฝึกอยู่กับหัวใจที่เปิดกว้าง เพื่อบ่มเพาะความกรุณาและศักยภาพในการบรรเทาทุกข์แก่ผู้อื่นในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราฝึกที่จะไม่ถอยหนีและรู้สึกรู้สากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน เราฝึกที่จะอยู่ตรงนั้น …เพื่อ “รับ” และ “ให้”

เริ่มต้นด้วยการนั่งเงียบๆ สักครู่ ผ่อนคลายร่างกาย เลื่อนการตระหนักรู้มาที่บริเวณศูนย์ใจ ตรงกึ่งกลางหน้าอก หายใจเข้า รู้สึกถึงพื้นที่ว่างและความอุ่นตรงบริเวณนั้น อาจจินตนาการถึงดอกบัวตูมดอกเล็กๆ พอลมหายใจเข้าไปแตะ ดอกบัวก็ค่อยๆ บานออกทีละกลีบ รู้สึกถึงพื้นที่ว่างและความอุ่นตรงกลางใจที่คลี่ออกตามจินตนาการของดอกบัว

จากนั้นให้ลองนำเอาสถานการณ์จริงที่พบเห็นในข่าวมาฝึกฝน เช่น หญิงคนหนึ่งที่ไปกรอกยาเบื่อหนู ทวงถามเงินเยียวยา 5,000 บาทที่ยังไม่ได้รับ ผู้คนที่กลัวตายและรู้สึกตื่นตระหนก แก่งแย่งกันซื้อของมากักตุน หมอพยาบาลที่ติดเชื้อและเสียชีวิตจากการช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นต้น

หายใจเข้า “รับ” เอาความทุกข์ ความเจ็บปวด ความตื่นตระหนกของผู้คนในสถานการณ์นั้นๆ เข้ามายังหัวใจ สัมผัสความรู้สึกตรงกึ่งกลางดอกบัวให้เปิดออก รับรู้อารมณ์ความรู้สึกที่ยากลำบากนั้นอย่างเต็มที่ หายใจออก “ส่ง” ออกไปเป็นการบรรเทาทุกข์ เราส่งคุณสมบัติที่คลี่บานอย่างงดงามของดอกบัว ไม่ว่าจะเป็นความเปิดกว้าง ความเป็นอิสระ ความอบอุ่น ความนุ่มนวลอ่อนโยน และความรัก ไปให้ผู้คนเหล่านั้น

หายใจเข้ารับเอาความทุกข์เข้ามารู้สึกที่หัวใจ หายใจออกส่งไปเป็นความเปิดกว้างและความรัก

จากนั้นให้เปิดหัวใจไปยังผู้คนอีกมากมายในประเทศนี้ ในโลกนี้ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน เปิดรับเอาความทุกข์เหล่านั้นเข้ามาด้วยทั้งหมด ขยายพื้นที่ของหัวใจให้กว้างออกอย่างไม่มีขอบเขต ส่งคุณลักษณะของหัวใจอันแตกสลายที่เปี่ยมไปด้วยพลังของความรักและความปรารถนาดีไปให้ผู้คนเหล่านั้นอย่างไม่แบ่งแยก
 
ด้วยการฝึกฝน 5 ขั้นตอน เราสามารถใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการฝึกหัวใจให้อ่อนนุ่มและตื่นขึ้นด้วยความรัก แทนที่จะถูกบั่นทอนด้วยพลังของความโกรธเกลียด ความกลัว หรือความสิ้นหวัง

ความจริงที่ไม่คาดฝันอาจทำให้เป็นทุกข์ แต่การพยายามผลักไสและตัดขาดจากความจริงนั้นกลับทำให้ทุกข์ยิ่งกว่า ลองถามตัวเองว่าอยากจะใช้ชีวิตอย่างหลีกหนีความจริง เอาแต่ตัวเองให้รอด ปิดกั้นที่จะสัมพันธ์กับอารมณ์ความรู้สึก และแปลกแยกกับผู้คนที่แตกต่าง โลกที่พังทลายอยู่แล้วไม่อาจดีขึ้นได้ด้วยการสร้างโลกใหม่สมบูรณ์แบบทว่าคับแคบด้วยความเห็นแก่ตัวและอคติ นี่คือโอกาสในการสร้างโลกใบใหม่ที่กว้างใหญ่กว่า นุ่มนวลอ่อนโยนกว่า เปิดกว้างกว่า ฉับพลันกับปัจจุบันยิ่งกว่า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยพลังการตื่นรู้ของหัวใจ

-------------------------------------------------------

วิจักขณ์ พานิช จบปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์ศาสนาจากมหาวิทยาลัยนาโรปะ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เป็นศิษย์ของ เรจินัลด์ และลี เรย์ สองธรรมาจารย์ชาวอเมริกันผู้เป็น (ศิษย์)​ รุ่นแรกของเชอเกียม ตรุงปะ วิปัสสนาจารย์ชาวธิเบตที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในโลกศาสนธรรมตะวันตก 

วิจักขณ์ เคยฝึกฝนภาวนานอกหลักสูตรลองผิดลองถูกพุทธศาสนาวัชรยานแบบธิเบต-อเมริกัน เคยทำหน้าที่ครูช่วยสอนให้แก่มูลนิธิธรรมสาคร ที่เมืองเครสโตน รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา   เป็น (วิทยากร)​อบรมภาวนาให้กับเสมสิกขาลัยมาตั้งแต่ปี 2551 

ปัจจุบัน วิจักขณ์ พานิช เป็นผู้อำนวยการสถาบันวัชรสิทธา ขับเคลื่อนงานด้านศาสนธรรมเพื่อสังคม ทำงานแปล งานวิชาการ เป็น senior teacher และ meditation instructor ให้กับ Dharmaocean Foundation เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ปลากระโดดและผู้ก่อตั้งสถาบันวัชรสิทธา

ผลงานด้านวรรณกรรม 

  • เรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ : การศึกษาดั่งเส้นทางการแสวงหาทางจิตวิญญาณ 2550
  • ธรรมนัว : พุทธธรรมท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมและการเมือง 2556 
  • รัฐ-ธรรม-นัว 2558 

ผลงานแปล

  • กลลวง ชีวิตและคำสอนของมหาสิทธานาโรปะ (ILLUSION'S GAME: THE LIFE AND TEACHING OF NAROPA เขียนโดย เชอเกียม ตรุงปะ) 2553 
  • ทะลวงวัตถุนิยมทางจิตวิญญาณ (Cutting Through Spiritual Materialism เขียนโดย เชอเกียม ตรุงปะ) 2554
  • เมื่อทุกอย่างพังทลาย  (When Things Fall Apart  เขียนโดย เพม่า โชดรัน : Pema Chodron) 2555 
  • เส้นทางคือจุดหมาย  (เขียนโดย เชอเกียม ตรุงปะ)  2555 
  • โจน : อิสรภาพจากความเคยชินและความกลัว  (Taking the Leap : Freeing Ourselves from Old 
  • Habits and Fears  เขียนโดย เพม่า โชดรัน : Pema Chodron) 2555
  • บนเส้นทางแห่งการฝึกตน : สู่สายธารพุทธธรรมในโลกสมัยใหม่ (เขียนโดย เรจินัลด์ เรย์) 2556
  • พ่อแม่เต้าเต๋อจิง : คำสอนเก่าแก่สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ (เขียนโดย  วิลเลียม มาร์ติน : William Martin) 2556การศึกษาของผู้ถูกกดขี่  (Pedagogy of the Oppressed  เปาโล เฟรเร)  2559
แชร์/ส่งต่อบทความนี้


เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป

ใส่ความเห็น

keyboard_arrow_up
[apwp_player]