[apwp_player]
menu แสดงเมนู
ไม่ใช่ปัญหา
ทำไมพูดความจริงบางอย่าง มันช่างยากเย็นเหลือเกิน
[molongui_author_name]
อุทกศาสตร์โคกอีเลิ้ง (EP.1-5) เรื่องก่อนหน้า ความงดงามในตลาดสด เรื่องถัดไป

นี่เมื่อคืนมึงนอนกี่ทุ่มถึงได้ขี้เซาแบบนี้ !!!”

กูเป็นแม่มึงนะกูแก่แล้วชาตินี้จะได้กินแกงฝีมือมึงสักถ้วยไหม?”

กูจะทำแบบนี้ใครจะทำไม? กูเป็นแม่มึงนะ !!! !!!”

ประโยคซ้ำๆ เดิมๆ ของแม่ มีความหมายเปลี่ยนไปจากคำทักทายที่ฉันไม่อยากได้ยิน พยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล แต่ก็ไม่เป็นผล

เมื่อมาทบทวนคำพูดซ้ำ ๆ ของแม่ ฉันพบว่าคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะแม่มักจะถามและเตือนฉันเรื่องเวลาทำงาน เวลาพักผ่อนอยู่เป็นประจำ ด้วยว่าฉันมักจะทำอะไรผิดเวลาอยู่บ่อย ๆ เช่น เล่นเกมส์ ดูหนัง หรือดูซีรี่ย์ ข้ามวันข้ามคืน ไม่หลับนอน เช้ามาก็ไปทำงานตามปกติ อาจจะเพราะอาการที่ฉันเคยวูบตอนนั่งทำงานอยู่หลายครั้ง แม่ถึงได้ถามซ้ำๆ  ถึงได้คอยดูแล คอยเช็คเวลาฉัน ทุก ๆ ช่องทาง ใกล้กันยิ่งกว่าผู้จัดการดาราเสียอีก

แม่ของฉันเคยเป็นอดีตพยาบาลที่ขึ้นชื่อว่ากลัวเลือด และกลัวเข็มฉีดยาเป็นที่สุด

ปีนี้แม่อายุ 78 ปีแล้ว ส่วนพ่อเป็นอดีตครูพละที่เล่นกีฬาเก่ง และใจดีที่สุดในโลก ตั้งแต่พ่อจากครอบครัวฉันไป แม่ชอบพูดประโยคสั้น ๆเดิม ๆ    ถ้าเล่าให้สุภาพหน่อยก็คือ ก็แม่ไม่สบาย” “นี่แม่นะ!!!” 

เรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ เป็นเรื่องที่ฉันกับน้องๆ ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ เวลามีงานศพญาติๆ หรือคนรู้จัก แม่ก็จะไม่ไปงานศพ แม่เชื่อคำโบราณว่าคนที่เจ็บป่วยห้ามไปงานศพ ก็เชื่อฟังไว้ไม่เสียหาย 

แต่ฉันคิดว่าแม่ไม่สบายใจมากกว่า

คืนวันฝนพรำในฤดูร้อน

คืนนั้นพ่อนอนกอดแม่โดยที่ไม่พูดอะไร แล้วพ่อก็ไม่ตื่นมาอีกเลย 

จนวันนี้ใกล้ ๆ จะครบสามปีแล้ว

บ้านหลังที่ฉันอยู่ในปัจจุบัน เป็นทาวเฮ้าส์ชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ สองห้องนอน สองห้องน้ำ พ่อนอนกับแม่ ส่วนฉันนอนอีกห้องหนึ่ง ฉันเป็นพี่คนโตทำงานเป็นเซลล์ขายเครื่องมือทางการแพทย์ ในละแวกบ้าน น้อง ๆ อีกสี่คนทำงานและมีครอบครัวแยกตัวออกไปอยู่ที่ต่างจังหวัด 

พ่อกับแม่ทำกิจกรรมด้วยกันมาตลอดหลังจากพ่อเกษียณอายุราชการ ไปธนาคาร  ไปจ่ายตลาด พ่อก็คอยถือตะกร้าตามหลังแม่ หรือแม้แต่ทำกับข้าว พ่อกับแม่ก็อยู่ในครัวด้วยกันตลอดไม่เคยห่างกัน

หลังจากพ่อด่วนจากไป แม่ก็ได้แต่นั่งจับเจ่าอยู่ในทาวน์เฮ้าส์เหลี่ยม ๆ ไม่ออกไปไหนเลย 

แม่ฉันมักชอบพูดย้ำๆว่า ก็กูไม่สบายนี่?!!!” 

ทำให้พวกเราห้าคนพี่น้องเริ่มกังวล

อาการป่วยของแม่ก็มีหลายอย่าง เช่น เมื่อยขา ปวดหลัง ปวดกระดูก เจ็บคอ เป็นหวัด วิธีแก้ของแม่คือ ฉันต้องพาแม่ไปวัด ไปซื้อปลาจากตลาดมาปล่อยเกือบทุกๆ เช้า ซึ่งฉันมองว่าถ้าแม่อยากปล่อยปลา และฉันต้องไปหาลูกค้าผิดเวลาบ่อยๆ แบบนี้ไม่ดีแน่  

ฉันหาวิธีหลอกล่อให้แม่ไปหาหมอ เพื่อตรวจร่างกายหาสาเหตุให้แน่ชัด กว่าที่ฉันกับน้องๆ จะกล่อมให้แม่ไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพประจำปีได้ก็ใช้เวลากว่าครึ่งปี แต่ไปหาหมอก็ไม่มีผลอะไร เพราะแม่แอบทิ้งยาที่หมอให้มาทุกครั้ง กูจะทำแบบนี้ใครจะทำไม? กูแม่เป็นมึงนะ !!!”

เราห้าคนพี่น้องเคยลองคีย์ข้อมูลจากกูเกิ้ล เกี่ยวกับคำว่า “ผู้สูงอายุ”“ภาวะซึมเศร้า” “สูญเสียคู่ชีวิตกระทันหัน”

ฉันพยายามทำความเข้าใจกับคำเหล่านี้ ก็ยังเข้าใจกันไม่ลึกซึ้งนัก  ฉันก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดกับเรื่องนี้

พ่อจากไปเกือบสามปีแล้ว

ฉันเป็นพี่คนโต อยู่ใกล้แม่ที่สุด แต่พูดกับแม่ยากที่สุด  ฉันเคยขัดใจแม่หลายครั้ง แม่ก็จะหงุดหงิดฉุนเฉียว พูดไม่เพราะ  แม่มักโทร.ไปฟ้องน้องชายคนเล็กสุดว่าฉันเถียงแม่ ทั้งที่คุยกันอยู่ดี ๆ  น้อง ๆ ก็ได้แต่บอกว่าอย่าขัดใจแม่

ฉันยังหาความเป็นไปได้ หรือทางออกที่ดี ที่เหมาะสมกับเรื่องที่เล่ามาไม่ได้เลย  ฉันเข้าใจนะว่า แม่ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อมานาน   นานมากกว่าอายุของฉัน

พ่อเล่นจากไปดื้อ ๆ ใครจะทำใจได้ง่าย ที่ใครต่อใครพูดว่า คนเราใช้เวลาทำอะไรซักอย่างไม่เท่ากัน 

มากหรือน้อยต่างเรื่องราวต่างวาระกันไปนั้นคงจะจริง

หลังเลิกงาน ฉันพาแม่ไปจ่ายตลาด มีคนรู้จักแซวแม่ว่า ว่าไงครับพี่มีคนช่วยถือตะกร้าให้แล้วใช่ไหม” 

พอลับหลังคนรู้จัก แม่ก็ปาดน้ำตาอีกเหมือนเคย 

ฉันอยากปลอบแม่ว่าพ่อไปสบายแล้ว 

พ่อจากเราไปสามปีแล้ว 

ทำไมพูดความจริงบางอย่าง มันช่างยากเย็นเหลือเกิน


เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป

ใส่ความเห็น

keyboard_arrow_up