[apwp_player]
menu แสดงเมนู
จักรยานคันแรก
จักรยานคันแรกของชีวิตในวันวาน กว่าจะหัดถีบ จนพาออกถนนได้ ก็ล้มลุกคลุกคลาน จนเป็นแผลถลอกปอกเปิก
[molongui_author_name]
เมื่อเลี้ยงลูกอย่างเพื่อน โลกของลูกและแม่จะกลายเป็นโลกใบเดียวกัน เรื่องก่อนหน้า ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมดา เรื่องถัดไป

(เวลา) 

สี่ทุ่มของคืนนี้ ฉันยังคงนั่งบนเตียงนอนที่สะอาด กลิ่นหอม และนุ่มนวล ปิดเปลือกตาลงคราใด แสนจะสุขใจและฝันดีในทุกๆวัน 

กว่าจะมาเป็นห้องนอนที่หลับสบาย ในบ้านที่อบอุ่น และอบอวลไปด้วยความรักของสมาชิก ในบ้านหลังนี้ ชีวิตฉันก็ผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน 

จักรยานคันแรกในชีวิต ที่ยังจอดนิ่งในโรงรถ เก็บรวบรวมเงินซื้อ ตอนอายุปาเข้าไป 20 กว่า 

เพราะเงินเดือนข้าราชการ ซี 2 สมัยนั้น เริ่มต้นเพียง 2,200 บาท เทียบค่าของเงิน เมื่อ 31 ปีที่แล้วก็มากโขอยู่ 

แต่ด้วยปัจจัยสี่ในชีวิตที่มีความสำคัญ และชีวิตที่ติดลบมาโดยตลอด ทำให้ ในแต่ละเดือน  เงินเดือนเหลือไม่กี่บาท 

ห้องนอนของบ้าน 2 ชั้นหลังนี้  จึงนับเป็นหนึ่งของความภาคภูมิใจของฉัน กับสามีที่ช่วยกันสร้างขึ้นด้วยน้ำพัก น้ำแรง จากการงานที่สุจริต

(ผู้ชาย) 

ฉันกับสามี เรามีพื้นเพชีวิตที่ใกล้เคียงกัน อาจไม่มีอะไรที่แตกต่างด้วยซ้ำ หน้าที่ในวัยเด็กคือการเรียน และทำงานไปด้วย แม่ฉันไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งสอนการบ้าน 

หลังจากพ่อเสียชีวิตลง ทรัพย์สมบัติที่ทิ้งไว้ให้แม่คือ เงินจำนวน 50,000 บาท เมื่อ 45 ปีที่ผ่านมา 

แม่นำเงินจำนวนนั้นไปซื้อบ้านและที่ดินแปลงเล็กๆ ในจังหวัดบ้านเกิดของแม่ เหลือเงินเพียงเล็กน้อยที่จะต่อทุนชีวิต แม่จึงลงทุนทำขนมไทย เพื่อนำไปขายในตลาดตอนเช้ามืด โดยมีฉันและพี่สาวเป็นลูกมือในตอนเย็นหลังเลิกเรียน 

ในขณะที่ช่วงกลางวันแม่ต้องไปรับจ้างเย็บผ้า เพื่อมีทุนสำรองให้ฉันและพี่สาวเรียนหนังสือ ทุกๆ วัน เราต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่ ตี 3 เพื่อช่วยแม่ทำขนม และไปช่วยกันขายขนม จนได้เวลาใกล้  7 โมงเช้า แม่ถึงจะมาสับเปลี่ยน เพื่อให้ฉันและพี่สาวรีบแต่งตัวไปโรงเรียน 

ฉันและพี่สาวไปโรงเรียนด้วยการเดินด้วยเท้าเป็นระยะทางที่  4 กิโลเมตร บางวันไม่ทันเข้าแถวเคารพธงชาติ ก็ต้องคอยแอบครูที่เดินตรวจตรา ช่างเป็นความตื่นเต้น และกลัวว่าครูจะจับได้ว่า “มาโรงเรียนสาย” แต่ฉันก็รอดทุกครั้ง และทุกปีของชั้นมัธยม ทุนที่ฉันได้รับคือ “นักเรียนที่มีความประพฤติเรียบร้อย และเรียนดี” 

ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ แถมประหยัดเงินแม่ได้เป็นเดือน

(ผู้หญิง)

บางครั้ง ฉันก็ยังแอบอิจฉาเพื่อนๆ ที่มีรถจักรยานถีบไปโรงเรียน หรือเพื่อนบางคนที่มีมอเตอร์ไซด์คันโก้ 

ชีวิตฉันนับแต่ชั้นประถม จนจบชั้นมัธยมคือการเดินด้วยสองเท้า ไปกลับจากโรงเรียนถึงบ้านก็ปาเข้าไป 8 กิโลเมตร จึงไม่แปลกใจว่าทำไม ฉันจึงไม่ชอบใส่กระโปรง ก็เพราะน่องมันทู่จากการเดินนี่เอง  

หากมีเพื่อนชายซักคน ร้องเพลง “อ้ายคนจน จ๋ำต้องทนปั่นรถถีบ จะไปจีบอี่น้องคนงาม” ให้ฉันฟัง ฉันคงตกลงปลงใจ  ยอมนั่งซ้อนท้ายหนุ่มคนนั้นแน่ๆ 

แต่ชีวิตจริง คือความพยายามเดินต่อไป ด้วยความอดทน และด้วยตัวเอง

(จน) 

ความจนคือของขวัญที่วิเศษที่สุด  ที่ฟ้าหรือใครหรืออะไรก็แล้วแต่ จงใจส่งมาให้ฉันใช้ความเพียรพยายาม เรียนจนจบ  สามารถประกอบอาชีพอันมีเกียรติที่ได้รับใช้แผ่นดินและบ้านเกิดเมืองนอน 

จักรยานคันแรกของชีวิตในวันวาน กว่าจะหัดถีบ จนพาออกถนนได้ ก็ล้มลุกคลุกคลาน จนเป็นแผลถลอกปอกเปิก แต่มันเป็นแผลที่เจือด้วยรอยยิ้ม จนถึงตอนนี้จักรยานแห่งความพยายามคันแรก ก็ยังคงจอดในโรงรถ รอวันที่ฉันจะกลับไปออกแรงถีบอีกครั้ง

(จักรยาน) 

ณ วันนี้ฉันมาไกลเกินกว่า การมีจักรยานแห่งความพยายามเพียงคันเดียว มีบ้านที่อบอุ่น มีอาหารมื้ออร่อย มีเตียงนอนที่หลับสบายและเป็นสุข แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังชื่นชอบบทเพลง “จักรยานคนจน” อยู่เสมอ 

ถึงแม้ว่า สามีจะไม่เคยร้องเพลงนี้ให้ฟังเลยก็ตาม.. 

(จักรยาน) 

จักรยานคันแรกในชีวิต คือ ความอดทน ความพยายาม คือชีวิตที่มีสีสันแต่งแต้ม บางช่วงบางตอน สีสันก็เต็มไปด้วยความขมุกขมัว เพราะต้องล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะประคองตัวให้ลุกขึ้นยืนและสู้ต่อ 

แต่..การออกแรงถีบจักรยานคันแรกในชีวิต คือสีสันเริ่มต้นของชีวิตที่สวยงาม…ของฉัน


เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป

ใส่ความเห็น

keyboard_arrow_up